หน้าแรก เศรษฐกิจ กรมชลฯเผยอานิ...

กรมชลฯเผยอานิสงส์พายุราอีเก็บน้ำได้เพิ่มขึ้น13%

14.09.16 | 16:35 น.

นายทองเปลว กองจันทร์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยถึงการคาดการณ์สถานการณ์น้ำหลังมีพายุโซนร้อนราอีพัดผ่านระหว่างวันที่ 13-15 กันยายน 2559 ว่า อ่างเก็บน้ำขนาดกลางและแหล่งน้ำทุกประเภทบริเวณพายุผ่านจะเก็บน้ำได้เพิ่มขึ้น 13 % เมื่อเทียบกับก่อนพายุเข้า โดยในปัจจุบันมีปริมาณน้ำในแหล่งน้ำทั่วประเทศรวม 62,180 ล้าน ลบ.ม. หรือมีปริมาณน้ำเฉลี่ย 54% สำหรับภาคเหนือมีปริมาณน้ำในแหล่งน้ำรวม 18,735 ล้าน ลบ.ม. ภาคกลางและภาคตะวันตก มีปริมาณน้ำในแหล่งน้ำรวม 22,947 ล้าน ลบ.ม. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) มีปริมาณน้ำในแหล่งน้ำรวม 9,516 ล้าน ลบ.ม. ภาคตะวันออก มีปริมาณน้ำในแหล่งน้ำรวม 4,611 ล้าน ลบ.ม. และภาคใต้ มีปริมาณน้ำในแหล่งน้ำรวม 6,371 ล้าน ลบ.ม.

“โดยสรุปแหล่งน้ำต่างๆ ยังมีความสามารถที่จะรับน้ำได้ และมองว่าพายุราอีที่เข้ามาจะมีผลดีกับแหล่งเก็บน้ำในบางพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่รอยต่อในจังหวัดศรีสะเกษและอุบลราชธานีที่มีปริมาณน้ำประมาณ 30% หรืออยู่ในระดับสีแดงมากถึง 80% ซึ่งคาดว่าหลังพายุเข้าปริมาณน้ำในแหล่งน้ำจะเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม กรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมรับมือกับเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้น” นายทองเปลวกล่าว

นายเลอศักดิ์ ริ้วตระกูลไพบูลย์ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผยว่า พายุโซนร้อนราอีจะกระทบกับการทำฝนหลวงในบางพื้นที่ เนื่องจากการทำฝนหลวงโดยปกติจะต้องทำในสภาพอากาศเปิด อย่างไรก็ตามมั่นใจว่าจะมีการทำฝนหลวงในเขื่อนภูมิพลเป็นไปตามเป้า 8,000 ล้าน ลบ.ม.ภายในวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ได้อย่างแน่นอน