ค้าภายในเล็งขึ้นเว็บ ราคาขายปลีก ‘ฟ้าทะลายโจร’ ที่เหมาะสม นำร่อง 70 บริษัทสัปดาห์หน้า

ค้าภายในเล็งขึ้นเว็บ ราคาขายปลีก ‘ฟ้าทะลายโจร’ ที่เหมาะสม นำร่อง 70 บริษัทสัปดาห์หน้า

เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม ร้อยตรีจักรา ยอดมณี รองอธิบดีกรมการค้าภายใน (คน.) กระทรวงพาณิชย์ (พณ.) เปิดเผยถึงแนวทางการดูแลราคาจำหน่ายผลิตภัณฑ์ฟ้าทะลายโจรว่า กรม จะดำเนินการใน 2 ส่วน คือ ส่วนแรกกรมได้จัดส่งหนังสือถึงบริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายที่ขึ้นทะเบียนกับสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เกือบ 200 ราย ขอความร่วมมือในการจัดส่งข้อมูลต้นทุนและราคาจำหน่ายของแต่ละบริษัท เพื่อวิเคราะห์ถึงราคาขายปลีกที่เหมาะสมของแต่ละขนาดบรรจุภัณฑ์ที่บรรจุแคปซูล ซึ่งแยกออกเป็น 2 ประเภทคือผลิตภัณฑ์แบบสารสกัด และผลิตภัณฑ์แบบผงบด ขณะนี้สามารถได้ข้อมูลสมบูรณ์แล้วประมาณ 70 รายใหญ่ โดยจะนำข้อมูลราคาจำหน่ายปลีกที่เหมาะสมแต่ละขนาด ประเภท และรายชื่อบริษัท ขึ้นเว็บไซต์ของกรมการค้าภายใน เริ่มครั้งแรกภายในสัปดาห์หน้าหรือต้นเดือนสิงหาคม เพื่อให้ผู้บริโภครับรู้และตัดสินใจก่อนซื้อ

ส่วนที่สองคือ ออกสุ่มตรวจและรับเรื่องร้องเรียนกรณีผู้ซื้อพบว่ามีการขายเกินราคาสูงกว่าความเป็นจริงมาก หรือมีการบิดเบือนราคา ซึ่งประชาชนสามารถร้องเรียนได้ที่สาวยด่วน 1569 ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีประชาชนร้องเรียนโดยตรงกับสายด่วน 1569 ให้ตรวจสอบร้านค้าที่ขายแพงเกินจริง 2 ราย และขายเกินราคาที่ติดไว้ข้างกล่อง อีก 6 เรื่องร้องผ่านสำนักงานนายกรัฐมนตรี แต่เป็นการแสดงความคิดเห็นว่ามีฟ้าทะลายโจรที่ขายในตลาดราคาแพง แต่ไม่มีการระบุร้านค้าหรือยี่ห้อเข้ามา

“อยากให้ประชาชนที่ซื้อฟ้าทะลายโจรแล้วมองว่าแพงเกินจริง ก็ให้แจ้งว่าเป็นร้านค้าใด เข้ามาเลย รวมถึงซื้อจากออนไลน์ที่แนะให้ดูเรื่องว่าได้รับการขึ้นทะเบียนจากอย. และระบุว่าเป็นยาสามัญประจำวันบ้าน เพื่อให้มีหลักฐานที่จะตรวจสอบได้ นำไปสู่การดำเนินการเข้าผิดได้ หากพบว่ากระทำผิดจริง ที่จะมีโทษทั้งจำคุก 7 ปี ปรับ 1.4 แสนบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ ส่วนว่าจะดูว่าราคาแพงหรือไม่ กรมจะดูจากโครงสร้างต้นทุนราคาจากผู้ผลิต เบื้องต้นชนิดแคปซูลที่มีส่วนผสมสารสกัด 20 มิลิกรัมของสารที่สาธารณสุขกำหนด เฉลี่ยแคปซูลละ 6.75 บาท เป็นต้น” ร้อยตรีจักรา กล่าว

ร้อยตรีจักรา กล่าวว่า ขณะนี้กรมได้ส่งทีมออกตรวจสอบตามร้านค้า เพื่อสำรวจราคาขายปลีก และเทียบเปรียบเป็นรายวัน เพื่อให้รู้ว่าการเคลื่อนไหวของราคาผิดปกติหรือไม่ ส่วนปริมาณสินค้านั้น จากตรวจสอบผู้ผลิตรายใหญ่ ก็ระบุว่าผลิตให้มากที่สุด โดยช่องทางจำหน่าย จะยึดที่สำคัญที่สุดก่อน คือ ผลิตป้อนโรงพยาบาล โรงพยาบาลสนาม จากนั้นก็ส่งไปตามร้านขายยา และตัวแทนจำหน่ายทั่วไป ซึ่งบางพื้นที่อาจมีน้อยเพราะอาจมีบางส่วนประชาชนซื้อเกินกว่าปกติ ซึ่งอยากให้ประชาชนอย่าตื่นเพื่อเก็บไว้ เพราะไม่ใช่ยากินป้องกันแต่เป็นยาเพื่อการรักษา และผู้ผลิตยืนยันมีผลิตต่อเนื่อง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้หนาวๆ ร้อนๆ …”ชากีรา” นักร้องดัง จ่อถูกฟ้องโกงภาษีกว่า 500 ล้านในสเปน
บทความถัดไปกต.เผยไทยช่วยเมียนมารับมือโควิดต่อเนื่อง