‘สมคิด’มึน 3 กระทรวงไม่คายอำนาจรับรองมาตรฐานให้ก.อุตดูแล สั่งตั้งคณะทำงานยึดอำนาจต่อ

15.09.16 | 14:07 น.

เมื่อวันที่ 14 กันยายน นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการมาตรฐานแห่งชาติ (กมช.) ที่กระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อติดตามความคืบหน้าระบบรับรองงานด้านมาตรฐาน เนื่องจากขณะนี้การรับรองระบบงานของไทยยังไม่มีการเชื่อมโยงเป็นระบบเดียวกันตามมาตรฐานสากล แต่เป็นการดำเนินงานแบบแยกส่วนของแต่ละหน่วยงาน ซึ่งมีผลต่อความเชื่อมั่นของต่างชาติ ดังนั้น กมช.จึงต้องการให้มีการดึงส่วนงานรับรองระบบมาตรฐานที่กระจายการทำงานออกมารวมอยู่ในสำนักงานเดียวกัน

รายงานข่าวจากกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ผลการประชุม กมช.นัดนี้ พบว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลมาตรฐานผลิตภัณฑ์ ภายใต้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ยังไม่สามารถยกระดับด้วยการแยกหน่วยงานภายใน เพื่อจัดตั้งหน่วยงานอิสระเพียงหน่วยงานเดียวรูปแบบของกรมหรือสำนักงาน (ซิงเกิ้ลเอเยนซี่) มีสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม เป็นหน่วยงานกลางได้ ทำให้ระบบการทำงานยังคงเป็นแบบใช้เครือข่ายการทำงานร่วมกัน (ซิงเกิ้ลเน็ตเวิร์ก) ไปก่อน ขณะเดียวกันนายสมคิด ได้มอบหมายให้นายสมพล เกียรติไพบูลย์ ในฐานะที่ปรึกษา เป็นประธานคณะกรรมการหาแนวทางการทำงานร่วมกับ 4 หน่วยงาน เพื่อหาทางในการถ่ายโอนงานระบบรับรองมาตรฐาน คาดว่าจะใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง แต่คาดว่าจะเร่งดำเนินการโดยเร็วที่สุด เพื่อให้เสร็จทันกับการปรับปรุงกฎหมายปฏิรูปโครงสร้างราชการที่จะเสร็จช่วงเดือนเมษายน 2560

“ปัจจุบันการรับรองระบบงานมาตรฐานและตรวจสอบของไทยยังอยู่ในหน่วยงานเดียวกัน อาจทำให้เกิดความไม่เข้าใจจากต่างประเทศ ที่ผ่านมาคณะรัฐมนตรีจึงมีมติให้ถ่ายโอนงานตรวจรับรองระบบมาตรฐานจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข มาที่กระทรวงอุตสาหกรรมแล้ว เพื่อเตรียมยกระดับสู่การทำงานแบบซิงเกิ้ลเอเยนซี่ แต่ยังไม่มีการถ่ายโอนกำลังคนมาด้วย ขณะที่กระทรวงเกษตรฯ กระทรวงวิทยาศาสตร์ ยังไม่มีการถ่ายโอนงาน เพราะยังต้องการมีอำนาจในการบริหารงานอยู่ ดังนั้น คณะทำงานของนายสมพล จะต้องเร่งดำเนินการให้เสร็จโดยเร็วเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับชาวต่างชาติ และเพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกับสากล ป้องกันปัญหาแบบเดียวกับมาตรฐานการบินเช่นที่ผ่านมา” รายงานข่าวระบุ

รายงานข่าวระบุว่า ล่าสุดที่ประชุมมีความกังวล กรณีหน่วยงานอินเตอร์เนชั่นแนล แลบบอราทอรี่ แอคเครดิเทชั่น โคออเปอเรชั่น (ไอแลค) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ตรวจรับรองระบบงานในระดับสากล เริ่มจับตามองการออกระบบมาตรฐานของประเทศต่างๆ ดังนั้น ไทยต้องเร่งปรับปรุงตัวเพื่อให้การตรวจมาตรฐานสินค้าเป็นไปตามหลักสากล ป้องกันการเกิดปัญหาในอนาคต

นางอรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ขณะนี้การรับรองมาตรฐานของไทยได้รับการรองรับจากต่างประเทศ เพราะไทยมีการแยกพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อย่างชัดเจน ได้แก่ พ.ร.บ.การมาตรฐานแห่งชาติ พ.ศ.2551 และ พ.ร.บ.มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ.2511 แต่ภาพรวมยังไม่เพียงต่อการพัฒนา ดังนั้น ต้องยกระดับการตรวจระบบรับรองงานเพื่อให้รูปแบบการออกมาตรฐานสินค้าและบริการของไทยเป็นเหมือนประเทศอื่น อาทิ สิงคโปร์ จะทำให้ไทยสามารถออกมาตรฐานรับรองผลิตภัณฑ์ของประเทศเพื่อนบ้านได้ และทำให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลางการค้าของภูมิภาคเหมือนที่ตั้งเป้าหมายไว้

Advertisement