หน้าแรก เศรษฐกิจ สรท.ห่วงโควิด...

สรท.ห่วงโควิดระบาดโรงงานกระทบภาคส่งออก จี้รัฐเร่งฉีดวัคซีนแรงงาน ไม่เห็นด้วยล็อกดาวน์เต็มรูปแบบ

3.08.21 | 14:36 น.

สรท.ห่วงโควิดระบาดในโรงงานกระทบภาคส่งออก จี้รัฐเร่งฉีดวัคซีนให้แรงงาน ไม่เห็นด้วยล็อกดาวน์เต็มรูปแบบ

เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม นายชัยชาญ เจริญสุข ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่า สรท. คงคาดการณ์การส่งออกไทยในปี 2564 เติบโต 10% โดยมีปัจจัยบวกที่สำคัญคือ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก อาทิ สหรัฐ จีน สหภาพยุโรป และญี่ปุ่นจากการดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่และความคืบหน้าในการฉีดวัคซีนซึ่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในการกลับมาดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการใช้จ่ายตามปกติ ค่าเงินบาทอ่อนค่าใกล้เคียง 33 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงอย่างต่อเนื่องถึงระดับ 70 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล จากแรงหนุนจากความต้องการใช้น้ำมันที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทั่วโลกโดยเฉพาะยุโรปและสหรัฐฯ


ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงที่เป็นอุปสรรคสำคัญคือ สถานการณ์การระบาดโควิด-19 ที่มีความรุนแรงในประเทศ จำนวนผู้ติดเชื้อยังคงพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง กรณีการติดเชื้อในกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมเริ่มแพร่กระจายมากขึ้น ซึ่งจะกระทบต่อกำลังการผลิต และการส่งมอบสินค้า ทำให้การส่งออกเติบโตได้เพียง 10% จากที่คาดว่ามีโอกาสเติบโตได้ถึง 15% ประกอบกับมาตรการ Bubble & Seal ซึ่งโรงงานธุรกิจเอสเอ็มอีส่วนใหญ่ อาจไม่สามารถดำเนินการได้และมีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก ปริมาณการหมุนเวียนของตู้สินค้ายังไม่เพียงพอ ประกอบกับค่าระวางเรือยังคงปรับตัวอยู่ในทิศทางขาขึ้น รวมถึงผู้ส่งออกที่ได้รับการยืนยันตู้แล้วก็อาจถูกยกเลิกก่อนกำหนด ทำให้ผู้ส่งออกไทยไม่สามารถส่งออกได้ตามเป้า

ประกอบกับการบริหารจัดการภายในท่าเทียบเรือที่ขาดประสิทธิภาพ และปัญหาจากการล่าช้าของเรือ ทำให้ตู้สินค้าไม่สามารถหมุนเวียนในระบบได้ดีเพียงพอ อีกทั้งการขาดแคลนแรงงานต่างด้าว ที่ได้เดินทางกลับประเทศและยังไม่ได้เดินทางกลับเข้ามา ประกอบกับยังไม่สามารถจัดสรรวัคซีนโควิด-19 ให้เพียงพอกับจำนวนแรงงานในภาคการผลิต รวมไปถึงการขาดแคลนชิป โดยเฉพาะต่ออุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ที่ไม่สามารถผลิตได้ตามความต้องการของตลาดโลก

นายชัยชาญ กล่าวว่า ข้อเสนอแนะจากทาง สรท. คือ ไม่เห็นด้วยกับมาตรการล็อกดาวน์เต็มรูปแบบ โดย ยกเว้นให้ภาคการผลิตและกิจกรรมโลจิสติกส์ ที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกและนำเข้า หากมีการหยุดประกอบการ จะส่งผลให้เกิดปัญหาการขาดแคลนสินค้าอุปโภคบริโภคภายในประเทศ ต่อมาเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งบริหารจัดการฉีดวัคซีน ให้ครอบคลุมทุกภาคส่วนโดยเฉพาะแรงงานภาคอุตสาหกรรมเพื่อการส่งออกให้เร็วที่สุด รวมไปถึงให้มีการปรับใช้มาตรการทางสาธารณสุขที่เป็นมาตรฐานเดียวจากส่วนกลางเพื่อให้สามารถดำเนินการเหมือนกันในแต่ละพื้นที่จังหวัด โดยเฉพาะกรณีโรงงานที่มีพนักงานอยู่ในกลุ่มเสี่ยง อีกทั้งเรียกร้องให้หน่วยงานราชการเร่งปรับปรุงการทำงานในการจัดการด้านเอกสารออนไลน์ (e-Document) เพื่อลดการสัมผัสจากการเข้าไปติดต่อราชการ

Advertisement