เมื่อบ่ายวันนี้ ที่กระทรวงพาณิชย์ นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ประชุมสำนักงานพาณิชย์จังหวัด โดยกล่าวมอบนโยบายการดำเนินส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจการค้าในภูมิภาคของสำนักงานพาณิชย์จังหวัด
นายสุวิทย์ กล่าวว่า นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้รับผิดชอบดูแลเรื่องการสร้างเศรษฐกิจภายในประเทศให้แข็งแกร่ง เศรษฐกิจจังหวัดมีความเข้มแข็ง ด้วยการขับเคลื่อนผ่านแผนเศรษฐกิจจังหวัด 4.0 คือเน้นการพัฒนาแผนจากพื้นที่ให้สอดคล้องประเทศไทย 4.0 ขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม เป็นการย่อส่วนประเทศไทย 4.0 สู่แผนจังหวัด 4.0 ด้วยการพัฒนาแนวความคิดของผู้ประกอบการ ผ่านการให้องค์ความรู้ การบริหารจัดการ และการสร้างนวัตกรรม ดำเนินการแบบบูรณาการของคนในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นรัฐ ผู้ประกอบการ ประชาชน และภาคประชาสังคม ที่สำคัญเน้นพัฒนาเศรษฐกิจจังหวัดทั้งด้านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว
นายสุวิทย์ กล่าวว่า ตามแผนจังหวัด 4.0 จะขับเคลื่อนผ่านแผนยุทธศาสตร์การค้ากลุ่มจังหวัด 18 กลุ่ม แต่ละกลุ่มจะต้องนำจุดเด่นที่มีอยู่แล้วในพื้นที่มาพัฒนาให้สอดคล้องกับทิศทางเศรษฐกิจแห่งอนาคต คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม การเติบโตอย่างยั่งยืน และลดความเหลื่อมล้ำ ยกตัวอย่างเช่น กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน 1 ให้ขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พัฒนานวัตกรรมด้านอาหารและโลจิสติกส์ กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย ให้พัฒนาสินค้าเกษตร ทั้งยางพารา ปาล์มน้ำมัน และผลไม้ ให้เป็นศูนย์กลางการค้าสินค้าเกษตร กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก ให้พัฒนาไปสู่ศูนย์กลางผลไม้ออแกนิค อุตสาหกรรมไฮเทคและอุตสาหกรรมสะอาด รวมถึงการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตอนบน 1 ให้พัฒนาเป็นศูนย์กลางการค้าของอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงและประตูสู่อาเซียนและจีน กลุ่มภาคเหนือตอนบน ให้พัฒนาเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสร้างสรรค์และเมืองนวัตกรรมเกษตร และอาหารสุขภาพ เป็นต้น
“พาณิชย์จังหวัดแต่ละแห่งสามารถโฟกัสได้ว่า แต่ละจังหวัดจะทำอะไร จะเชื่อมโยงการค้าและการท่องเที่ยว สินค้าเด่นในจังหวัด สินค้าจีไอ สินค้าโอท็อปให้เข้ากับการท่องเที่ยวได้อย่างไร นอกจากแผนการขับเคลื่อนของกระทรวงพาณิชย์ และการปรับโครงสร้างใหม่แบบภายใต้หลังคาเดียว(One Roof)ซึ่งเน้นทำงานแบบบูรณาการแล้ว กระทรวงพาณิชย์จะมีการจัดตั้งมินิม็อค (Mini MOC) ใน 6 – 7 จังหวัดหลักตามภูมิภาค อาทิ โคราช อุดรธานี เชียงใหม่ สงขลา ฯลฯ เพื่อบูรณาการงานของกระทรวงในทุกกรมกองลงสู่พื้นที่ คล้ายจำลองกระทรวงพาณิชย์จากส่วนกลางไปสู่เมืองหลัก ให้ทำงานแบบจุดเดียวจบ ประหยัดเวลา และเป็นการทำงานที่ใกล้ชิดกับประชาชนมากขึ้น”

