หน้าแรก เศรษฐกิจ ‘ภากร’ จับตา ...

‘ภากร’ จับตา คุมหุ้นราคาพุ่งแรง เล็งทบทวนเพิ่มเกณฑ์ซื้อหุ้นเงินสด-ซื้อขายจบวันเดียว

5.08.21 | 18:19 น.

‘ภากร’ จับตา คุมหุ้นราคาพุ่งแรง เล็งทบทวนเพิ่มเกณฑ์ซื้อหุ้นเงินสด-ซื้อขายจบวันเดียว

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า กรณีการเห็นหุ้นบริษัทจดทะเบียน (บจ.) หลายรายที่ถูกติดเครื่องหมายการซื้อขายด้วยบัญชีเงินสด (Cash Balance) เท่านั้น เนื่องจากเห็นราคาปรับขึ้นอย่างร้อนแรง โดยเบื้องต้นขณะนี้อยู่ระหว่างการทบทวนมาตรการกำกับการซื้อขายด้วยบัญชี Cash Balance และการซื้อขายหุ้นภายในวันเดียว (Net settlement) เนื่องจากที่ผ่านมาหากมีหุ้นที่ราคาปรับขึ้นร้อนแรง ทั้งที่ไม่มีปัจจัย หรือข่าวสารอะไรที่สนับสนุนให้ราคาขึ้น


นายภากรกล่าวว่า ตลท.มีเกณฑ์ต่างๆ 3-4 ข้อ ที่สามารถควบคุมได้และที่ผ่านมาก็สามารถทำได้ค่อนข้างมีประสิทธิภาพ แต่หากมีบางหลักทรัพย์ที่เข้าไปในเกณฑ์ที่กำหนดไว้แล้ว แต่ยังไม่สามารถควบคุมราคาที่ปรับขึ้นลงผันผวนรุนแรงได้ โดยที่ผ่านมากว่า 90% เกณฑ์ที่กำหนดไว้จะสามารถควบคุมความผันผวนของราคาหุ้นได้ แต่ยังมีอีก 10% ที่แม้ใช้เกณฑ์เหล่านี้แล้ว ก็ยังมีความผันผวนค่อนข้างสูงอยู่

“ตลท.อาจต้องพิจารณาเพิ่มเติมว่าจะสามารถควบคุมหุ้นลักษณะดังกล่าวได้อย่างไรบ้าง โดย ตลท.อยู่ระหว่างการหารือร่วมกับส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาว่าจะมีเกณฑ์หรือมาตรการเพิ่มเติม เพื่อควบคุมความผันผวนอีกหรือไม่ ซึ่งยืนยันว่าหากจะมีอะไรออกมาเพิ่มเติม ตลท.จะคำนึงถึงภาพรวมให้มีความเป็นธรรม และความเท่าเทียมกันกันมากที่สุด” นายภากรกล่าว

นายภากรกล่าวว่า ในไตรมาส 4/2563 เห็นการไหลกลับเข้ามาลงทุนในไทยของเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ (ฟันด์โฟลว์) เนื่องจากขณะนั้นประเทศไทยสามารถควบคุมการระบาดโควิด-19 ได้ดี ภาคธุรกิจสามารถกลับมาเปิดใหม่ได้หลายประเภท รวมถึงภาคการส่งออกสามารถทำได้ค่อนข้างดี อาทิ อิเล็กทรอนิกส์ กระดาษ และชิ้นส่วนยานยนต์ ส่วนในปี 2564 เห็นการไหลออกของฟันด์โฟลว์ เนื่องจากเกิดการระบาดโควิดซ้ำในประเทศ และไม่สามารถกลับมาเปิดเศรษฐกิจได้ตามแผนที่วางไว้

Advertisement

นายภากรกล่าวด้วยว่า โดยทิศทางฟันด์โฟลว์ในระยะถัดไปจะไหลกลับมาหรือไม่ ขึ้นอยู่กับ 3 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ 1.การฉีดวัคซีนให้คนในประเทศ จะสามารถฉีดได้เร็วเท่าใด ยิ่งฉีดได้เร็วก็จะส่งผลให้ธุรกิจและอุตสาหกรรมในประเทศ อาทิ การท่องเที่ยว กลับมาเปิดใหม่ได้ ส่งผลต่อเศรษฐกิจในประเทศที่จะกลับคืนมา 2.ภาคการส่งออก หากไม่ถูกกระทบจากปัญหาขาดแคลนแรงงาน และเศรษฐกิจโลกสามารถฟื้นตัวได้ การส่งออกจะเป็นตัวหนุนให้เศรษฐกิจในประเทศกลับมาโตได้ และ 3.อัตราค่าเงิน ที่อ่อนค่าลงทำให้สินค้าไทยมีความสามารถในการแข่งขันมากขึ้น ทำให้ธุรกิจที่ได้ประโยชน์จากปัจจัยเหล่านี้ คาดว่าจะมีฟันด์โฟลว์ไหลเข้ามาลงทุนเพิ่ม ซึ่งปัจจัยเหล่านี้หากสามารถบริหารจัดการได้ จะทำให้เศรษฐกิจในประเทศฟื้นตัวกลับคืนมาได้เร็ว