หน้าแรก เศรษฐกิจ สำรวจธุรกิจก่...

สำรวจธุรกิจก่อน-หลังเกิดโควิด พบเร่งปรับตัวสู่ระบบดิจิทัลเพิ่มสองเท่าภายใน1ปี

5.08.21 | 18:41 น.

นายนเรนทร์ ชุติจิรวงศ์ ผู้อำนวยการบริหาร ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ดีลอยท์ ประเทศไทย กล่าวว่าได้ทำการสำรวจ Thailand Digital Transformation Survey ขององค์กรในประเทศไทย ระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2563 ถึงมกราคม 2564 เพื่อเปรียบเทียบให้ชัดเจนว่า ก่อนและหลังการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยสำรวจระดับผู้บริหารในกลุ่มธุรกิจต่างๆ พบว่า ธุรกิจอุปโภคบริโภคเป็นผู้นำในการนำเทคโนโลยีพื้นฐานมาใช้ในองค์กร เช่น เว็บไซต์, แอปพลิเคชันบนมือถือ และคลาวด์ ตั้งแต่ก่อนและหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยก่อนการระบาดของโควิด-19 ร้อยละ 79 ของบริษัทที่ร่วม ระบุว่า มีการใช้เว็บไซต์ในการดำเนินกิจการของบริษัทเพิ่มขึ้นเป็น 95% หลังจากมีการระบาดของโควิด-19 นอกจากนี้ธุรกิจอุปโภคบริโภคยังแซงหน้า ธุรกิจเทเลคอม สื่อและเทคโนโลยี ในแง่การนำเทคโนโลยีขึ้นสูงมาใช้ในองค์กร เช่น Blockchain, ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Internet of Things โดยก่อนการระบาดของโควิด-19 บริษัทที่มีการใช้ AI มีเพียงร้อยละ 4 และเพิ่มขึ้นเป็น 35% หลังจากมีการระบาดของโควิด-19


สำหรับธุรกิจการเงิน และธุรกิจการดูแลสุขภาพ มีการเร่งรัดแผนการปรับองค์กรสู่ดิจิทัลให้เร็วขึ้นกว่าเดิมอย่างมาก หลังจากการระบาดของโรคโควิด-19 ธุรกิจทั้งสองแห่งพบปัญหาเหมือนกันประการหนึ่ง คือ การคัดสรรพนักงานตำแหน่งที่เกี่ยวกับดิจิทัลนั่นคือ นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล และนักวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญและท้าทายที่สุดของทุกบริษัท

บริษัทส่วนใหญ่ 56% ของบริษัทกลุ่มตัวอย่างได้ก้าวเข้าสู่ขั้นตอนการปรับองค์กรไปสู่ระบบดิจิทัล หลังจากการระบาดของโควิด-19 เทียบกับ 12% ก่อนหน้าการระบาด ขยับจากการเป็นกลุ่มบริษัทที่เคยอยู่ในขั้นตอนวิเคราะห์ว่าควรปรับองค์กรไปสู่ดิจิทัลหรือไม่ ลดลงจาก 59% ก่อนโควิด เหลือเพียง 12% หลังโควิด การนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้ในองค์กร มีอัตราเพิ่มสูงขึ้นในยุคหลังการระบาดของโควิด-19 ทั้งนี้ไม่รวมถึงระบบอัจฉริยะ และเทคโนโลยีขั้นพื้นฐาน ตัวอย่างเช่น การใช้คลาวด์เทคโนโลยี เพิ่มขึ้น 19% Internet of Things เพิ่มขึ้น 16% และ แอปพลิเคชั่นบนมือถือเพิ่มขึ้น 15% การเพิ่มขึ้นเหล่านี้สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่าในช่วงการระบาดของโควิด-19 ภาคธุรกิจทั่วประเทศได้มีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในองค์กรและเป็นไปด้วยความรวดเร็ว

นายวินเน่ย์ โฮรา พาร์ทเนอร์ ดีลอยท์ คอนซัลติ้ง ประเทศไทย กล่าวว่า ความท้าทายสำคัญในทำ Digital Transformation ไม่ใช่เรื่องของตัวเทคโนโลยีเองแต่อย่างใด ตรงกันข้าม อุปสรรคสำคัญ คือการขาดแคลนผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆที่เกี่ยวข้อง ทั้งภายนอกและภายในองค์กร บริษัทในประเทศไทย ระบุว่า กำลังเผชิญความท้าทายสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ การขาดแคลนพนักงานที่มีความสามารถ วัฒนธรรมดิจิทัลในองค์กร และโครงสร้างการบริหารแบบบนลงล่าง ซึ่งเป็นเรื่องที่แทบจะไม่เกี่ยวกับเทคโนโลยีเลย แต่เป็นเรื่องของการคัดสรรพนักงานที่มีความสามารถและทักษะที่เหมาะสม เพื่อให้การทำ Digital Transformation นั้นประสบความสำเร็จ

Advertisement

ผลการสำรวจปี 2563 ระบุว่าทักษะที่ประเทศไทยต้องการในอันดับแรกๆ คือ การคิดวิเคราะห์ ทักษะด้านนวัตกรรม รวมถึงวิธีการเรียนรู้ และการเรียนรู้แบบได้มีการลงมือปฏิบัติจริง ซึ่งสอดคล้องกับทักษะที่คาดการณ์ว่าจะเป็นที่ต้องการในตลาดโลกในปี 2568 แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยมีพัฒนาการไปในทิศทางเดียวกันกับตลาดโลก