บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบีไทย เผยสายตาต่างชาติไม่สนใจลงทุนในไทย สะท้อนตัวเลข FDI อยู่ในระดับต่ำ
เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม นายเกษม พันธ์รัตนมาลา, CFA กรรมการ และหัวหน้าฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า การระบาดของโควิดที่จำนวนผู้ติดเชื้อใหม่รายวันทำสถิติใหม่ไม่หยุด ส่งผลให้ตลาดหุ้นไทย นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิอย่างต่อเนื่องไปแล้วกว่า 9 หมื่นล้านบาท YTD (year-to-date) และถ้ารวมกับปีก่อน เป็นการเทขายรวม 2.6 แสนล้านบาทแล้ว ต้องมีการควบคุมจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ให้ได้ นักลงทุนต่างชาติถึงจะกลับมาซื้อหุ้นมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นเอเชียอื่นๆ ต่างชาติก็มีการขายหนักมากเช่นกัน ยกเว้นอินเดียที่เมื่อตัวเลขคนติดเชื้อลดจาก 4 แสนคนต่อวันเหลือ 2 แสนคนต่อวัน ทำให้ต่างชาติกลับเข้ามา และเมื่อลดเหลือ 3-4 หมื่นคน ส่งผลให้ต่างชาติซื้อเยอะขึ้น
นักลงทุนไทยมองหาโอกาสลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านตลอดเวลา จากตัวเลข Thailand Direct Investment (TDI) คนไทยไปลงทุนต่างประเทศเพิ่มขึ้นต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2559 แม้ปีก่อนจะเผชิญโควิด แต่ตัวเลขยังคงโตต่อเนื่องมาถึงปีนี้ ส่วนใหญ่ไปลงทุนในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม และอินโดนีเซีย ส่วนผลตอบแทนจากการไปลงทุนอาจต้องรอ 3-5 ปี หากธุรกิจเติบโต แข่งขันได้ เงินลงทุนจะกลับเข้ามาในประเทศ ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยแข็งแรงขึ้น
ขณะที่นักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในไทยโดยตรง หรือ Foreign Direct Investment (FDI) กลับน้อยกว่าเงินที่คนไทยนำไปลงทุนประเทศเพื่อนบ้าน มองย้อนกลับไปก่อนมีโควิด ตัวเลข FDI ไม่ได้สูงมาตั้งแต่ปี 2559 เรื่อยมาถึงตอนนี้ โดยในปี 2563 ติดลบถึง 5 พันล้านเหรียญสหรัฐ เนื่องมาจากการขายกิจการของกลุ่มเทสโก้ประเทศอังกฤษให้กับบริษัทในประเทศไทย
นายเกษม กล่าวว่า ตลาดการลงทุนในประเทศไทย ไม่น่าสนใจในสายตาต่างชาติอีกต่อไป เพราะไม่ค่อยมีบริษัทที่ได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ที่ส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมใหม่เกี่ยวกับเทคโนโลยี สินค้าไฮเทค สมาร์ทโฟน รถ EV ซึ่งต้องมีเงินทุนใหม่ๆ มารองรับ โครงสร้างพื้นฐานของไทยเองมีปัญหา เช่น เรื่องคน เรื่องการศึกษา ค่าแรงสูงเมื่อเทียบกับทักษะที่ไม่มากพอ รวมถึงระบบโลจิสติกส์ที่ไม่เอื้อ ทำให้ประเทศไทยขาดความน่าสนใจในการลงทุน แม้แต่นักลงทุนไทยยังไปลงทุนเพื่อนบ้านแทน

