หน้าแรก เศรษฐกิจ ซีไอเอ็มบีไทย...

ซีไอเอ็มบีไทย ห่วง ‘เดลต้า’ ลามทั่วโลก กระทบเศรษฐกิจ-ส่งออกหด หวั่นจีดีพีไทยติดลบ

6.08.21 | 17:57 น.

ซีไอเอ็มบีไทย ห่วง ‘เดลต้า’ ลามทั่วโลก กระทบเศรษฐกิจ-ส่งออกหด หวั่นจีดีพีไทยติดลบ

นายอมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า จากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 สายพันธุ์เดลต้า ยังคงประมาณการณ์เศรษฐกิจไทย (จีดีพี) ปี 2564 โดยคงไว้ที่ 0.7% แต่หากการระบาดยืดเยื้อกว่าที่คาด ทำให้ต้องล็อกดาวน์เข้มข้นขึ้น และลามไปสู่ในภาคของการผลิตเพื่อการส่งออก รวมไปถึงเกิดการระบาดใหม่ในต่างประเทศจนกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ส่งผลต่อการส่งออกของไทยที่เป็นปัจจัยสำคัญในการพยุงเศรษฐกิจอยู่ในขณะนี้ ก็อาจมีโอกาสทำให้จีดีพีไทยปีนี้เสี่ยงจะติดลบได้


ส่วนแนวโน้มค่าเงินบาท โดยเชื่อว่าในระยะสั้นจะยังคงอ่อนค่าลงไปถึงระดับ 33.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ จากล่าสุดอยู่ที่ 33.30 บาท เนื่องจากความกังวลของนักลงทุนต่างชาติต่อสถานการณ์ในประเทศ รวมไปถึงการขาดดุลของดุลบัญชีเดินสะพัด ที่ภาคการท่องเที่ยวยังไม่กลับมา แต่หากสถานการณ์ดีขึ้นในไตรมาส 4 ก็เชื่อว่าเงินทุนก็จะเริ่มไหลกลับเข้ามา และค่าเงินบาทก็จะกลับเข้าสู่ระดับปกติได้

นายอมรเทพ กล่าวว่า การแพร่ระบาดสายพันธุ์เดลต้าในภูมิภาคอาเซียน ทำให้เกิดการล็อกดาวน์ที่จำกัดกิจกรรมเศรษฐกิจในหลายประเทศ การฉีดวัคซีนที่ล่าช้า รวมทั้งจำนวนผู้ติดเชื้อสูง ส่งผลให้การค้าการลงทุนปีนี้ รวมถึงอุปสงค์ในแต่ละประเทศชะลอตามไปด้วย อย่างไรก็ดี การส่งออกของแต่ละประเทศยังมีศักยภาพเติบโตได้ดี อยู่ในระดับที่สูงราว 15-30% ในปีนี้ และจะเป็นปัจจัยสนับสนุนต่อเนื่องไปถึงปีหน้า สืบเนื่องจากการที่ชาติพันธมิตร 10 ประเทศมีโอกาสที่จะร่วมมือกับชาติอื่นๆในภูมิภาคที่เรียกว่า RCEP และมีการเจรจาการค้าเสรี FTA กับประเทศนอกกลุ่มเพิ่มเติม ดังนั้น การค้าการลงทุนในภูมิภาคจะช่วยให้อาเซียนพลิกโอกาสขึ้นมาเติบโตได้ดีขึ้นหลังยุคโควิดเป็นต้นไป

Advertisement

ปัจจุบันอาเซียนเป็นจุดศูนย์กลางการระบาดของโควิดที่รุนแรง แต่น่าจะชั่วคราว ประเมินว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อน่าจะถึงจุดสูงสุดในช่วงไตรมาสที่ 3 และถึงจุดสิ้นสุดได้ในปีนี้ จากการกระจายวัคซีนที่ดีขึ้น ประชากรมีภูมิคุ้มกันดีขึ้น ผู้ติดเชื้อรายวันลดลง และพร้อมเปิดเมืองได้ เพราะมีตัวอย่างให้เห็น จากประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงถึงจุดหนึ่งจะเริ่มลดลง และศักยภาพเศรษฐกิจในประเทศจะเริ่มกลับมาเติบโต และทะยานดีขึ้นปีหน้า ที่สำคัญการรวมกลุ่มเพื่อเน้นการค้าการลงทุนกับภูมิภาคอื่นรวมถึงภายในกันเอง

นายอมรเทพ กล่าวว่า เป็นโอกาสสำคัญที่อาเซียนจะช่วยต้านทานกระแส Deglobalization หรือ การพยายามตีกลับเรื่องกระแสโลกาภิวัฒน์ ที่สหรัฐร่วมกับพันธมิตรอื่นกดดันจีนไม่ให้เป็นมหาอำนาจ ถ้าอาเซียนรวมกลุ่มกันเหนียวแน่น โดยไม่มีความพยายามเลือกข้างใดข้างหนึ่งระหว่างสหรัฐหรือจีน แต่พยายามรวมกลุ่มกัน จัดสรรผลประโยชน์ที่ดีที่สุดให้ชาติพันธมิตร โอกาสในอนาคตผ่านการค้าการลงทุนกับหลากหลายประเทศเป็นโอกาสสำคัญทำให้อาเซียนรักษาสมดุลภายในกระแสการค้าโลกที่มีความผันผวนได้ในปีถัดๆไป