พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ลมมรสุมที่เกิดขึ้นทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือได้เคลื่อนที่ออกจากประเทศไทยไปแล้วในขณะนี้ อย่างไรก็ตามปริมาณฝนที่ตกหนักในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลดีต่อปริมาณน้ำใน 4 เขื่อนหลักเจ้าพระยา ทั้ง เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิกิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ที่มีน้ำเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 300 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ขณะเดียวกันปริมาณฝนที่ตกหนักยังได้ส่งผลกระทบให้บางพื้นที่เกิดปัญหาน้ำท่วม อาทิ จ.สุโขทัย เลย และสกลนคร กระทรวงเกษตรจึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งระบายน้ำลงลุ่มน้ำยม และตั้งวอร์รูมเพื่อติดตามสถานการณ์น้ำทุกชั่วโมงเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายแก่พื้นที่เมืองและพื้นที่ทำการเกษตร
“การบริหารจัดการน้ำต้องดำเนินการให้เกิดความสมดุล ระหว่างพื้นที่ในเขตเมือง เขตเศรษฐกิจ และพื้นที่เกษตรกรรม หากประเมินแล้วพบว่า สถานการณ์น้ำท่วมมีความรุนแรงจนอาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่เศรษฐกิจ ก็อาจต้องพิจารณาระบายน้ำไปยังทุ่งรับน้ำ หรือหากไม่พื้นที่รับน้ำเพียงพอก็ต้องระบายไปยังพื้นที่เกษตรกรรม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ต้องรีบแจ้งให้เกษตรกรทราบล่วงหน้า และหากเกิดความเสียหายผลผลิตทางเกษตรขึ้น ภาครัฐทั้งกระทรวงเกษตรฯ กรมชลประทาน กระทรวงมหาดไทย และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ก็ต้องหางบในการเยียวยาให้แก่เกษตรกรด้วย”พล.อ.ฉัตรชัย กล่าว
นายสุเทพ น้อยไพโรจน์ อธิบกรมชลประทาน กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่อ.ด่านซ้าย จ.เลย และสกลนครกลับสู่ภาวะปกติแล้ว ส่วนสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำยม จ.สุโขทัย ขณะนี้ยังคงประสบปัญหาน้ำท่วมอยู่ โดยเฉพาะบริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดสุโขทัย อย่างไรก็ตามสถานการณ์น้ำในลำน้ำยมก็ค่อยๆลดระดับลงเช่นเดียวกับความแรงของน้ำที่ไหลลงมายังสุโขทัยก็ลดระดับความแรงเช่นกัน กรมชลประทานจึงได้ประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ฝ่ายปกครอง และทหาร นำเครื่องสูบน้ำ เข้าไประดมสูบน้ำในพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังให้เข้าสู่สถานการณ์ปกติโดยเร็วที่สุด ซึ่งคาดว่าสถานการณ์จะกลับสู่ปกติเร็วๆนี้

