หน้าแรก เศรษฐกิจ ผลรัฐสั่งปิดแ...

ผลรัฐสั่งปิดแคมป์คนงาน ทำรายได้ครึ่งปีแรก 64 ชะลอตัว ‘อาร์ที’ ย้ำลุยประมูลงานโกยแบ็คล็อกเพิ่ม

13.08.21 | 23:18 น.

ผลรัฐสั่งปิดแคมป์คนงาน ทำรายได้ครึ่งปีแรก 64 ชะลอตัวอาร์ทีย้ำลุยประมูลงานโกยแบ็คล็อกเพิ่ม

นายชวลิต ถนอมถิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไร้ท์ทันเน็ลลิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ RT เปิดเผยว่า ผลกระทบจากการระบาดโควิด-19 ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น ทำให้โครงการก่อสร้างหลายแห่งได้รับผลกระทบจากมาตรการปิดแคมป์ก่อสร้าง และห้ามเคลื่อนย้ายแรงงานในช่วงที่ผ่านมา เพื่อควบคุมและชะลอการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด แม้บริษัทฯ จะมีโครงการก่อสร้างส่วนใหญ่ในพื้นที่ต่างจังหวัดทั่วประเทศไทย และมีเพียง 3 โครงการที่อยู่ในเขตสีแดงเข้ม ซึ่งได้รับการผ่อนปรนจากมาตรการดังกล่าว แต่ก็ยังได้รับผลกระทบจากปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ ต้นทุนการขนส่งและวัสดุอุปกรณ์ที่เพิ่มขึ้น การขาดแคลนแรงงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทำให้การส่งมอบงานเป็นไปด้วยความล่าช้าจากแผนการดำเนินงานที่วางไว้ ส่งผลให้การรับรู้รายได้ในไตรมาส 2/2564 มีการชะลอตัวลง และอาจต่อเนื่องถึงไตรมาส 3/2564 ด้วย


“กรมบัญชีกลางได้ออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการในช่วงการระบาดโควิด-19 ในส่วนการต่ออายุสัญญางานการงดหรือลดค่าปรับของงานก่อสร้างที่ได้รับผลกระทบ โดยบริษัทฯ ได้ดำเนินการบริหารจัดการความเสี่ยงเพื่อลดต้นทุนด้านต่างๆ อย่างเหมาะสม รวมถึงมีโครงการก่อสร้างที่กำลังดำเนินการได้ตามแผนต่อเนื่อง พร้อมเร่งส่งมอบงานให้ทันกำหนดตามสถานการณ์ โดยแม้ผลประกอบการในช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมาจะปรับตัวลดลงบ้าง แต่บริษัทฯ มองว่าเป็นเพียงการชะลอตัวของการรับรู้รายได้ในโครงการต่างๆ เพราะผลกระทบจากโควิดที่ทำให้หลายภาคส่วนต้องมีการปรับตัวในสถานการณ์ที่มีความไม่แน่นอนตลอดเวลา แต่บริษัทฯ ยังคงมีงานในมือที่อยู่ระหว่างดำเนินการตามแผน และทยอยรับรู้รายได้อย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการความเสี่ยงภายใต้วิกฤตที่เกิดขึ้นด้วยนายชวลิต กล่าว

นายชวลิต กล่าวว่า ทิศทางธุรกิจครึ่งปีหลังปี 2564 บริษัทฯ วางแผนในการควบคุมต้นทุน และติดตามสถานการณ์โควิดอย่างใกล้ชิด เพื่อปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในการบริหารอยู่เสมอ รวมถึงเดินหน้าประมูลงานใหม่ ทั้งภาครัฐและเอกชนอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นรับงานในประเทศที่มีกำไรขั้นต้น (มาร์จิ้นสูง) และงานโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ซึ่งปัจจุบันมีงานที่ประมูลได้แล้วรอเรียกลงนามในสัญญา จำนวน 2 งาน รวมมูลค่างาน 1,083 ล้านบาท และ มีงานประมูลที่อยู่ระหว่างรอพิจารณาผล จำนวน 1 งาน มูลค่างาน 96 ล้านบาท รวมมูลค่างานทั้งหมด 1,179 ล้านบาท ทั้งนี้บริษัทมีมูลค่างานในมือ (แบ็คล็อก) วันที่ 30 มิถุนายน 2564 อยู่ที่ 2,981 ล้านบาท โดยจะทยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่องในปี2564-2566 หากการดำเนินงานเป็นไปตามแผนที่วางไว้ จะส่งผลให้มีแบ็คล็อกอยู่ที่ 7,000 ล้านบาทในปีนี้

ทั้งนี้ ผลประกอบการครึ่งแรกปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้รวม 1,318 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้รวม1,426 ล้านบาท จำนวน 108 ล้านบาท หรือ ลดลง 7.57% และ มีกำไรสุทธิ 44.5 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 137.3 ล้านบาท จำนวน 92.8 ล้านบาท หรือ ลดลง 67.59% ขณะที่ผลประกอบการไตรมาส 2/2564 บริษัทฯ มีรายได้รวม 591 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 702 ล้านบาท จำนวน 111 ล้านบาท หรือ ลดลง 15.81% และมีกำไรสุทธิ 7.27 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 80.27 ล้านบาท จำนวน 73 ล้านบาท หรือ ลดลง 90.94%

Advertisement