นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้มอบนโยบายให้พาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ ดำเนินการตามนโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจภูมิภาคและทำงานให้สอดคล้องกับนโยบายพาณิชย์ 4.0 ทั้งการพัฒนา ส่งเสริม และเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการแก่ประชาชน ภาคธุรกิจและเกษตรกร ทั้งนี้ 2 ประเด็นที่ได้มอบหมายให้พาณิชย์จังหวัด คือ การดูแลราคาข้าวและช่วยเหลือเกษตรกร โดยให้ทุกจังหวัดโดยเฉพาะพื้นที่ปลูกข้าวในภาคกลางและภาคอีสาน ได้ติดตามผลผลิตข้าวเปลือกฤดูกาลใหม่ 2559/60 ที่จะออกสู่ตลาดในเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนนี้ เพื่อเตรียมมาตรการรับมือปริมาณข้าว และราคาข้าว หากพบปัญหา รวมถึงพัฒนาเพิ่มมูลค่าการค้าข้าว อีกประเด็นคือ มอบหมายให้พาณิชย์จังหวัดในพื้นที่ติดประเทศเพื่อนบ้าน กระตุ้นการค้าชายแดนและการค้าผ่านแดนไปยังประเทศ 3 ให้มีประสิทธิภาพ
นางอภิรดีกล่าวว่า กระทรวงได้เตรียมจัดทำโปรแกรมพัฒนาพาณิชย์จังหวัด โดยการพลิกโฉมพาณิชย์จังหวัดให้มีบทบาทนำและเป็นที่ปรึกษาของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ทั้งด้านเศรษฐกิจการค้าของจังหวัดและท้องถิ่น เพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการและเข้าถึงประชาชน พัฒนาผู้ประกอบการท้องถิ่นให้มีความเป็นมืออาชีพทางธุรกิจ ส่งเสริมกระบวนการคิดแบบสร้างสรรค์ พัฒนาตลาดทั้งในมิติของตลาดชุมชน และตลาดยุคใหม่ เพื่อให้พาณิชย์จังหวัดมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับภาพรวมเศรษฐกิจการค้าในเขตดูแล ตระหนักถึงศักยภาพและโอกาสการพัฒนาทางการค้าและการลงทุนในท้องถิ่น มีความสามารถเชื่อมโยงและพัฒนาเครือข่ายทางธุรกิจตามแนวทางประชารัฐ
นางสาววิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า ในวันที่ 19 กันยายนนี้ จะมีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ระหว่างผู้ประกอบการโรงสีและกลุ่มเกษตรกรแปลงนาใหญ่ เพื่อเชื่อมโยงการรับซื้อข้าวเปลือกฤดูกาลใหม่ ที่จะออกสู่ตลาดตั้งแต่เดือนตุลาคม เบื้องต้นได้มีโรงสีใน 15 จังหวัด จำนวนกว่า 100 รายสนใจเข้าโครงการฯ และมีแปลงนาใหญ่เข้าโครงการแล้ว 386 แปลง โดยโรงสีจะรับซื้อข้าวเปลือกสูงกว่าราคาตลาดตันละ 200-300 บาท

