หน้าแรก เศรษฐกิจ สกู๊ปหน้า 1 :...

สกู๊ปหน้า 1 : จับชีพจร ‘ก่อสร้าง’ ปรับตัวฝ่าโควิด

16.08.21 | 07:21 น.

สกู๊ปหน้า 1 : จับชีพจร “ก่อสร้าง” ปรับตัวฝ่าโควิด

หลังจากการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ระลอกใหม่ เกิดการแพร่ระบาดอย่างหนักในกลุ่มคลัสเตอร์แคมป์คนงานก่อสร้าง


ทำให้รัฐบาลต้องสั่งปิดแคมป์คนงานชั่วคราว เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด เกิดผลกระทบกับธุรกิจก่อสร้างอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้โครงการชะงัก ล่าช้า ต่อเนื่องไปถึงปัญหาการขาดแคลนแรงงานในอนาคต โดยเฉพาะแรงงานต่างด้าวขณะนี้เดินทางกลับประเทศไปแล้วจำนวนมาก หากจะฟื้นภาคธุรกิจก่อสร้างอาจต้องใช้เวลานาน นายปิยะดิษฐ์ อัศวศิริสุข เลขาธิการสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เล่าถึงสถานการณ์ภาคก่อสร้างล่าสุด

นายปิยะดิษฐ์กล่าวว่า ตอนนี้เริ่มมีการเปิดแคมป์และไซต์คนงานก่อสร้างบ้างแล้ว เพราะบางส่วนดำเนินตามมาตรการ “บับเบิลแอนด์ซีล” พร้อมกับเริ่มมีการเปิดไซต์งาน และทำตามมาตรการ สถานการณ์ในตอนนี้จึงคลี่คลายลงบ้าง

Advertisement

ในขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการก็ไม่ได้การ์ดตก เพราะอย่างไรก็ต้องดำเนินตามมาตรการควบคุมโควิด-19 ของรัฐบาล และ ยังมีเจ้าหน้าที่จากทางราชการเข้ามาตรวจสอบตามแคมป์หรือไซต์คนงานเรื่อยๆ เพื่อความแน่ใจว่ามาตรการที่ทำอยู่มีความเข้มงวด ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี และพอมีมาตรการ บับเบิลแอนด์ซีลแล้ว ผู้ประกอบการก็พยายาม ขยับเขยื้อนดำเนินงานต่อไปให้ได้ ด้านกระทรวงแรงงานเองก็มีการจัดวัคซีนให้กลุ่มแรงงานที่ขึ้นทะเบียนกับประกันสังคมทุกกลุ่ม รวมทั้งแรงงานในกลุ่มอุตสาหกรรมก่อสร้างด้วย เชื่อว่าจะช่วยให้สถานการณ์คลี่คลายได้มาก สำหรับส่วนที่มีปัญหาจริงๆ ก็ทำการช่วยเหลือและเยียวยากันไป เท่าที่ดูตอนนี้สถานการณ์ยังดีอยู่ ในภาพรวมถ้าสามารถเร่งเรื่องทดสอบระบบบับเบิลแอนด์ซีลและเรื่องวัคซีนได้ ก็จะเป็นผลดีมาก

นายปิยะดิษฐ์ชี้ให้เห็นปัญหาระยะยาวว่า คือ จากการประกาศปิดหรืองดการทำงานแคมป์ ก่อสร้าง ทำให้มีแรงงานบางส่วนเดินทางกลับบ้านภูมิลำเนา ส่งผลให้เกิดปัญหาขาดแคลนแรงงาน ทั้งแรงงานในประเทศเอง และแรงงานต่างด้าว เพราะฉะนั้นอาจต้องเริ่มคิดแล้วว่าจะแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างไร

การแก้ไขปัญหาขาดแคลนแรงงาน ก็ได้แต่ร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อีกด้านหนึ่งคือเรื่องของการเยียวยาผู้ประกอบการ โดยการให้ความชัดเจน ไม่ว่าจะเรื่องของการต่ออายุสัญญา พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การจัดซื้อจัดจ้าง ทำอย่างไรให้เป็นธรรม ให้ผู้รับเหมาเติบโตได้ เพราะเชื่อว่า นอกจากด้านการป้องกันและเยียวยาแล้ว อาจจะต้องคิดถึงเรื่องของการฟื้นฟูด้วย คือ หลังจากสถานการณ์ โควิดคลี่คลาย เศรษฐกิจกลับมาดำเนินได้ปกติ เราจะเตรียมตัวอย่างไร อาจจะต้องมองไป ข้างหน้า วางแผนเพื่อจะได้เตรียมตัวไว้ก่อน เพื่อรับมือไม่ให้เกิดปัญหากิจกรรมก่อสร้างต้องชะลอไปอีก เรื่องของการดำเนินงานได้ล่าช้ากว่ากำหนดโครงการนั้น มีเรื่อยๆ อยู่แล้ว เพราะว่าในอุตสาหกรรมการก่อสร้างนั้น เป็นงานลักษณะต้องพึ่งพากันในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกัน เพราะฉะนั้นเมื่อน็อตตัวหนึ่งขาดไป งานก็ไม่สามารถดำเนินการได้

ดังนั้น ปัญหาต่างๆ ไม่ว่าจะเรื่องการปิดแคมป์คนงาน การจำกัดการเดินทางขนส่งข้ามจังหวัด การปิดโรงงานที่ผลิตอุปกรณ์หรือชิ้นส่วนชั่วคราว เนื่องจากพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รวมทั้งช่วงนี้การประสานงานต่างๆ ไม่ว่าจะกับภาครัฐหรือภาคเอกชน ก็ค่อนข้างลำบาก เกิดความหนืดในระบบ ทำให้ยังติดขัดอยู่พอสมควร ส่วนนี้คือปัญหาที่พบเจอในภาคก่อสร้างเอง ก็คงพบเจอปัญหาเช่นเดียวกับในภาคอุตสาหกรรมอื่นๆ เป็นงานรูปแบบ ไม่สามารถทำงานจากที่บ้าน หรือเวิร์ก ฟรอมโฮมได้ เพราะฉะนั้น ถึงแม้จะเปิดแคมป์ทำงานได้ แต่บางทีก็ไม่มีคนส่งของ บางทีก็ขนส่งอุปกรณ์ไม่ได้ จึงยังมีความยากลำบากอยู่

นายปิยะดิษฐ์มองว่า อุตสาหกรรมก่อสร้างควรได้รับการเยียวยา ปัญหาที่เกิดนี้ไม่ได้จบลงโดยง่าย แต่ภาคอุตสาหกรรมเราเองก็ไม่ตีอกชกตัว เพราะว่าเราไม่ใช่คนเดียวที่ได้รับความเดือดร้อน ก็ลุ้นว่าจะทำอย่างไรให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ ให้จำนวนผู้ติดเชื้อลดลง และเราก็พร้อมให้ความรวมมือในทุกด้าน

ข้อเสนออื่นๆ นายปิยะดิษฐ์บอกว่า คงเป็นเรื่องของเงินอัดฉีด จะช่วยให้ ผู้ประกอบการทุกคนอยู่รอดได้ และเรื่องของการจัดการแรงงานระยะยาว ควรจะวางแผนเรื่องแรงงานอย่างไร แม้กระทั่งจบโควิด-19 แล้ว ก็ต้องกลับมาดูเรื่องนี้อย่างจริงจัง ในมุมของสวัสดิการและมาตรการต่างๆ ให้ความมั่นใจและให้การดูแล คุ้มครองแรงงานทั้งในประเทศและแรงงานต่างด้าวด้วย สุดท้าย คือ เรื่องของ พ.ร.บ.จัดซื้อ จัดจ้าง ณ ตอนนี้ จากตัวอย่างเรื่องของ การจัดการวัคซีน ทำให้เห็นว่ากฎระเบียบราชการต่างๆ ที่มีอยู่นั้นมีผลต่อเรื่องของการเดินหน้าประเทศอย่างไร ฉะนั้นเราในฐานะที่เป็นภาคส่วนที่ต้องพึ่งพา พ.ร.บ.จัดซื้อ จัดจ้างตลอด ก็มีติดขัดเยอะไปหมด คิดว่าถ้าสามารถปรับเปลี่ยน เพื่อให้มุมมองของกฎหมายไม่ใช่มุมมองที่มองเห็นประโยชน์สูงสุดของภาครัฐอย่างเดียว แต่ต้องให้เป็นประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติและประชาชน รวมถึงความอยู่รอดและการเติบโตอย่างยั่งยืนของผู้ประกอบการภาคก่อสร้าง ก็จะทำให้อุตสาหกรรมนี้ที่มีมูลค่ากว่า 8-9% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (จีดีพี) เป็นส่วนสนับสนุนให้ประเทศเติบโตอย่างยั่งยืนได้