พณ.กางผลสำรวจความเชื่อมั่นภาคใต้ครั้งแรก ทุกจังหวัดจี้รัฐแก้ปัญหาปากท้องและฟื้นเศรษฐกิจ

พณ.กางผลสำรวจความเชื่อมั่นภาคใต้ครั้งแรก ทุกจังหวัดจี้รัฐแก้ปัญหาปากท้องและฟื้นเศรษฐกิจ

วันที่ 17 สิงหาคม พล.ร.ต. สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนใต้ (ศอ.บต.) และนายภูษิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ร่วมกันแถลงผลการจัดทำ ดัชนีความเชื่อมั่นจังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่าง ศอ.บต. และ สนค. ในการพัฒนาเครื่องชี้วัดความเชื่อมั่นเชิงพื้นที่ ในพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ สตูล ปัตตานี ยะลา นราธิวาส สงขลา(4 อำเภอ) รวม 44 อำเภอ โดยดำเนินการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนกว่า 32,000 คน ซึ่งทำการสำรวจ 2 ช่วง คือ เดือนเมษายน 2564 และ มิถุนายน 2564

นายภูษิต กล่าวว่า การจัดทำดัชนีนี้ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการติดตามหรือประเมินผลการพัฒนาในพื้นที่ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการสำรวจผ่านมาแล้ว 2 ไตรมาส และพร้อมเผยแพร่ผลการจัดทำให้กับผู้ที่สนใจนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป ซึ่งครั้งนี้เป็นการเผยแพร่ครั้งแรก และจะทำการสำรวจทุกไตรมาส โดยจะมีการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนครั้งต่อไปในเดือนกันยายนนี้

ทังนี้ ผลสำรวจพบว่าดัชนีความเชื่อมั่นจังหวัดชายแดนใต้โดยรวม ไตรมาส 1/ 2564 อยู่ที่ 52.74 ดัชนีความเชื่อมั่นฯในปัจจุบันและในอนาคต อยู่ที่ 50.48 และ 54.80 ตามลำดับ โดยดัชนีความเชื่อมั่นฯด้านเศรษฐกิจ ด้านความมั่งคง และด้านสังคม อยู่ที่ 52.17 52.79 53.26 ตามลำดับ ขณะที่พบว่าความเชื่อมั่นทุกรายการในไตรมาส 2/2564 ลดลง โดยดัชนีความเชื่อมั่นโดยรวม อยู่ที่ 50.90 ดัชนีความเชื่อมั่นฯในปัจจุบันและในอนาคต อยู่ที่ 47.45 และ 52.34 ตามลำดับ โดยดัชนีความเชื่อมั่นฯด้านเศรษฐกิจ และด้านสังคม อยู่ที่ 48.00 50.24 ตามลำดับ ยกเว้นความเชื่อมั่นฯด้านความมั่งคงสูงขึ้นอยู่ที่ 54.45

เมื่อจำแนกเป็นรายจังหวัด พบว่าไตรมาส 1 ทุกจังหวัดมีความเชื่อมั่นอยู่ในช่วงเชื่อมั่น สำหรับไตรมาสที่ 2 ดัชนีปรับตัวลดลงในทุกจังหวัด โดยจังหวัดปัตตานีและยะลามีความเชื่อมั่นอยู่ในช่วงไม่เชื่อมั่น เป็นที่น่าสังเกตว่าจังหวัดสตูลมีความเชื่อมั่นสูงที่สุด ในขณะที่จังหวัดยะลามีความเชื่อมั่นต่ำที่สุดในทั้งสองไตรมาส เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ประชาชนในทุกจังหวัดมีความเชื่อมั่นในด้านเศรษฐกิจและสังคมลดลงจากไตรมาสที่ 1 ในขณะที่ด้านความมั่นคงมีความเชื่อมั่นสูงขึ้นในทุกจังหวัดเช่นกัน

Advertisement

นายภูษิต กล่าวว่า พร้อมกันนี้ได้สำรวจเกี่ยวกับปัญหาและความต้องการความช่วยเหลือของประชาชนในพื้นที่ พบว่า ปัญหามีความคล้ายคลึงกันในทุกๆพื้นที่ เรื่องที่ประชาชนส่วนใหญ่เห็นว่าเป็นปัญหาในระดับมาก ทั้ง2ไตรมาส คือปัญหาด้านเศรษฐกิจ ได้แก่ เรื่องค่าครองชีพ ราคาสินค้าและบริการสูง รายได้ตกต่ำ การว่างงาน ส่วนด้านสังคมคือปัญหายาเสพติด ซึ่งความต้องการที่ประชาชนต้องการให้ช่วยเหลือและแก้ไขมากที่สุด 3 อันดับแรก คือ ลดภาระค่าครองชีพ ลดราคาสินค้า การมีงานทำและมีรายได้ และแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตร

นายภูษิต กล่าวว่า แม้ค่าดัชนีสะท้อนว่าภาพรวมยังดีอยู่ แต่ยังวิตกต่ออนาคต กระทรวงพาณิชย์ในพื้นที่ ศอ.บต. จึงมีมาตรการช่วยแก้ไขปัญหาค่าครองชีพและช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ อาทิ โครงการพาณิชย์ลดราคา ช่วยประชาชน การส่งเสริมตลาดสินค้าอัตลักษณ์และเพิ่มขีดความสามารถทางการค้าภาคใต้ การพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการสู่การเป็นนักการตลาดมืออาชีพยุค New normal การจัดกิจกรรมกระตุ้นการจำหน่ายสินค้าผ่านทางระบบออนไลน์ เป็นต้น

พล.ร.ต.สมเกียรติ กล่าวว่า ผลสำรวจสะท้อนให้เห็นว่าภาคใต้กำลังประสบปัญหาหนักหลังจากโควิดระบาดปีก่อนถึงปัจจุบัน ลุกลามไปทั่วโลก พบว่ามีคนใต้ต้องเดินทางกลับบ้านแล้ว 3.2 หมื่นคน ทั้งจากไม่อาจเดินทางข้ามไปทำงานข้ามแดน ต้องตกงาน ซึ่งในจำนวนนี้เป็นคนในพื้นที่ 5 จังหวัดกว่า 2 หมื่นคน รวมถึงภาคท่องเที่ยวหายไปหมด เกษตรราคาไม่ดีและเห็นว่าประชาชนกังวลมากสุดด้านเศรษฐกิจและปัญหาปากท้อง ที่อยากให้รัฐบาลเร่งแก้ไข

Advertisement
QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image