หน้าแรก เศรษฐกิจ ‘บมจ.เฮงลิสซิ...

‘บมจ.เฮงลิสซิ่งฯ’ โชว์ศักยภาพผู้ให้บริการสินเชื่อรายใหญ่ในภาคเหนือ รับความต้องการเงินทุนพุ่ง

17.08.21 | 22:30 น.

‘บมจ.เฮงลิสซิ่งฯ’ โชว์ศักยภาพผู้ให้บริการสินเชื่อรายใหญ่ในภาคเหนือ รับความต้องการเงินทุนพุ่ง

นายวิชัย ศุภสาธิตกุล ผู้ร่วมก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เฮงลิสซิ่ง แอนด์ แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทฯ เป็นผู้ดำเนินธุรกิจสินเชื่อรายใหญ่ในภาคเหนือภายใต้แบรนด์ เฮงลิสซิ่ง ที่เกิดขึ้นจากการร่วมลงทุนระหว่างกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจสินเชื่อรายใหญ่ในภาคเหนือ 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มทวีเฮง กลุ่มพัฒนสิน กลุ่มมิตรเอื้ออารีย์ และกลุ่มสินปราณี ซึ่งมีประสบการณ์ความเชี่ยวชาญในธุรกิจให้บริการสินเชื่อที่มีหลักประกันที่แตกต่างกันมากกว่า 20 ปี โดยการรวมตัวกัน จึงสร้างข้อได้เปรียบในการแข่งขันทั้งด้านฐานลูกค้าที่แข็งแกร่งในภาคเหนือ ความสามารถ และประสบการณ์ของกลุ่มผู้ถือหุ้นแต่ละกลุ่ม ซึ่งจะช่วยผลักดันให้บริษัทฯ นำเสนอผลิตภัณฑ์ตรงใจลูกค้า และเติบโตอย่างยั่งยืน


นายวิชัย กล่าวว่า นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีเครือข่ายพันธมิตรผู้ประกอบการเต็นท์รถมือสองและนายหน้ากว่า 5,100 ราย ที่ช่วยนำเสนอผลิตภัณฑ์และส่งต่อลูกค้าให้แก่สาขาในแต่ละพื้นที่ ซึ่งปัจจุบัน บริษัทฯ มีสาขากระจายอยู่ใน 51 จังหวัดทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ ซึ่งช่วยส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันการให้บริการสินเชื่อให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง และสร้างโอกาสการขยายธุรกิจไปสู่ผลิตภัณฑ์สินเชื่อประเภทอื่น ๆ รวมถึงให้บริการนายหน้าประกันวินาศภัยและประกันชีวิต ทำให้สินค้าและบริการของ เฮงลิสซิ่ง สามารถตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้อย่างครบวงจร

“เรามีทีมผู้บริหาร พนักงานและบุคลากรคนท้องถิ่นที่เข้าใจลูกค้าซึ่งเป็นกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่ต้องการสินเชื่อเพื่อนำไปใช้ในการประกอบอาชีพหรืใช้เป็นทุนหมุนเวียน โดยทีมพนักงานจะลงพื้นที่เข้าพูดคุยให้คำแนะนำผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละราย ด้วยความเป็นมิตร จริงใจ โปร่งใส เป็นธรรม เพื่อสร้างความไว้วางใจและความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้าที่ใช้บริการสินเชื่อของ เฮงลิสซิ่ง มาโดยตลอด” นายวิชัย กล่าว

นางสุธารทิพย์ พิสิฐบัณฑูรย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เฮงลิสซิ่ง แอนด์ แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทฯ มีวิสัยทัศน์ ผู้ให้บริการทางการเงินที่เป็นที่นิยมชมชอบของลูกค้าในแต่ละท้องถิ่น เพื่อก้าวสู่ผู้นำธุรกิจให้บริการสินเชื่ออย่างครบวงจรที่ตอบสนองความต้องการทางการเงินของลูกค้าได้ทุกกลุ่ม ครอบคลุมทั้งผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่มีหลักประกันและไม่มีหลักประกัน โดยสินเชื่อที่มีหลักประกันประกอบด้วย 1. สินเชื่อเช่าซื้อ (Hire Purchase) สำหรับลูกค้ารายย่อยที่ต้องการซื้อรถมือสอง 2.สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน สำหรับลูกค้ารายย่อยทั่วไปที่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถ โดยใช้ใบคู่มือจดทะเบียนรถเป็นหลักประกัน และ 3.สินเชื่อที่มีบ้านและที่ดินเป็นหลักประกัน

Advertisement

นางสุธารทิพย์ กล่าวว่า ส่วนสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกัน ประกอบด้วย 1.สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับที่มิใช่สินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน หมายถึง สินเชื่ออเนกประสงค์สำหรับลูกค้าบุคคลธรรมดาทั่วไปที่มีรายได้สม่ำเสมอ มีเอกสารรับรองรายได้ เช่น ข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ และพนักงานบริษัท เป็นต้น 2. สินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับ (สินเชื่อนาโนไฟแนนซ์) สำหรับลูกค้ารายย่อยที่ไม่มีเอกสารรับรองรายได้หรือไม่มีสินทรัพย์เป็นหลักประกัโดยจะต้องเป็นผู้ประกอบอาชีพที่มีหลักแหล่งแน่นอน มีหลักฐานและสถานที่ประกอบอาชีพ รวมทั้งมีรายได้จากการประกอบอาชีพที่ชัดเจน นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังประกอบธุรกิจการให้บริการนายหน้าประกันวินาศภัยและนายหน้าประกันชีวิตผ่านเครือข่ายสาขาให้แก่บริษัทประกันชั้นนำจำนวน 6 บริษัท ซึ่งครอบคลมผลิตภัณฑ์หลากหลาย ได้แก่ ประกันภัยรถยนต์ ประกันภัยรถจักรยานยนต์ ประกันอุบัติเหตุ ประกันชีวิต เป็นต้น

ทั้งนี้ บริษัทฯ มีแผนยกระดับการให้บริการสินเชื่อในทุกมิติ ตั้งแต่ การบริหารจัดการควบคุมความเสี่ยงและบริหารคุณภาพลูกหนี้ให้มีประสิทธิภาพ การพัฒนาผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่เหมาะสมกับพฤติกรรมลูกค้าในแต่ละท้องถิ่น เพื่อขยายฐานลูกค้ารายใหม่ ๆ ในกลุ่มสินเชื่อที่มีหลักประกันและสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกัน พร้อมเพิ่มช่องทางให้บริการแก่ลูกค้าผ่านการเปิดสาขาให้ครบ 830 สาขา ภายในปี 2566 และพัฒนาSoftware และ Mobile Application ต่าง ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสให้ลูกค้าเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากการให้บริการของ เฮงลิสซิ่งได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น

“เราไม่หยุดยั้งพัฒนาบุคลากรสาขาเพื่อยกระดับมาตรฐานการให้บริการ เพราะเชื่อว่าพนักงานเป็นหัวใจสำคัญต่อการขับเคลื่อนธุรกิจ ที่ต้องเข้าใจพฤติกรรมความต้องการสินเชื่อของลูกค้าและสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการได้อย่างแท้จริง เพื่อผลักดันพอร์ตสินเชื่อรวมเพิ่มเป็น 13,000 ล้านบาทภายในปี 2566 ได้ตามแผนที่วางไว้” นางสุธารทิพย์ กล่าว