หน้าแรก เศรษฐกิจ ประเทศพัฒนาแล...

ประเทศพัฒนาแล้ว งัดใช้มาตรการกีดกันการค้าพุ่ง สหรัฐนำโด่ง เตือนผู้ส่งออกรับมือ

18.09.16 | 19:13 น.

น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า เปิดเผยว่า ขณะนี้ประเทศคู่ค้าของไทยได้เพิ่มการใช้มาตรการทางการค้าในรูปแบบต่างๆ มากขึ้น ซึ่งทั่วโลกมีกว่า 3.5 หมื่นมาตรการ โดยเฉพาะการนำประเด็นด้านความปลอดภัยของอาหาร สุขอนามัย สิ่งแวดล้อม และแรงงาน มาเป็นเงื่อนไข ซึ่งหากไม่ปฏิบัติตามให้ถูกต้อง จะกระทบต่อการส่งออกสินค้าของไทยไปยังประเทศนั้นๆ ซึ่งผู้ประกอบการจะต้องศึกษาและเรียนรู้มาตรการที่ออกมาให้ดีและเป็นแนวโน้มประเทศที่พัฒนาแล้ว ให้ความสำคัญเพิ่มมากขึ้น เพื่อป้องกันผลกระทบต่อผู้บริโภคในประเทศ

ทั้งนี้ มาตรการทางการค้าที่ประเทศคู่ค้าได้นำมาใช้และมีผลบังคับใช้แล้ว ได้แก่ สหรัฐปรับปรุงมาตรการความปลอดภัยทางด้านอาหาร โดยออกกฎระเบียบควบคุมป้องกันความเสี่ยงในอาหาร กฎระเบียบป้องกันการปนเปื้อนในอาหารสัตว์ กฎระเบียบมาตรฐานความปลอดภัยการเพาะปลูก เก็บเกี่ยว บรรจุ และเก็บรักษาในการผลิตเพื่อการบริโภค โดยกำหนดให้ประเทศผู้ส่งออกต้องยื่นรายชื่อบริษัท และเอกสารการเพาะเลี้ยงและแปรรูปปลา ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2559-1 กันยายน 2560 เป็นต้น สำหรับสหภาพยุโรป (อียู) ได้กำหนดค่าสูงสุดของสารตะกั่วและสารหนูในสินค้าบริโภค มีผลบังคับมกราคมที่ผ่านมา

น.ส.พิมพ์ชนกกล่าวว่า จากข้อมูลองค์การการค้าโลก (WTO) เดือนมิถุนายน 2559 ระบุว่าปี 2558 มาตรการทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษีที่ใช้อยู่ในปัจจุบันมีกว่า 3.5 หมื่นมาตรการ ในส่วนมาตรการอุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้า (ทีบีที) มีมากถึง 21,181 มาตรการ เพิ่มขึ้น 53.20% จากปี 2557 ส่วนการนำข้อกำหนดด้านเทคนิคและมาตรฐานต่างๆ เช่น บรรจุหีบห่อ ทำเครื่องหมาย และการปิดฉลาก และมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (เอสพีเอส) มี 14,123 มาตรการ เพิ่มขึ้น 35.47% ประเทศที่ใช้มาตรการสูงสุด เช่น สหรัฐ มีการใช้มาตรการทีบีทีสูงถึง 153 มาตรการ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า ที่มีเพียง 96 มาตรการ สหภาพยุโรป จำนวน 77 มาตรการ และประเทศญี่ปุ่นใช้ 36 มาตรการ