คณะกรรมการพีพีพี เห็นชอบ ปรับปรุงแผนโครงการร่วมลงทุน ปี 63-70 รวม 67 โครงการ มูลค่ารวม 9.97 แสนล้าน พร้อม เร่งรัดโครงการจำเป็นเร่งด่วน เพื่อกระตุ้นการลงทุนของประเทศ
เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม นางปานทิพย์ ศรีพิมล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ กรรมการและเลขานุการคณะกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (คณะกรรมการพีพีพี) เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการ PPP ครั้งที่ 3/2564 เมื่อวันศุกร์ที่ 20 สิงหาคม 2564 โดยเป็นการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยมีนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ซึ่งมีผลการประชุมสรุปได้ดังนี้
นางปานทิพย์ กล่าวว่า คณะกรรมการพีพีพี เห็นชอบการปรับปรุงแผนการจัดทำโครงการร่วมลงทุน พ.ศ. 2563 – 2570 (แผนร่วมลงทุน) ตามมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 (พ.ร.บ. การร่วมลงทุนฯ ปี 2562) เพื่อให้สอดคล้องกับสถานะและความพร้อมของแต่ละโครงการ รวมถึงสถานการณ์ปัจจุบัน โดยในแผนร่วมลงทุนฉบับข้างต้น มีรายการโครงการที่ประสงค์จะร่วมลงทุนทั้งหมดรวม 67 โครงการ มูลค่าลงทุนรวมประมาณ 9.97 แสนล้านบาท และมอบหมายให้กระทรวงเจ้าสังกัด หน่วยงานเจ้าของโครงการ และ สคร. ทำหน้าที่เร่งรัดโครงการที่สำคัญและจำเป็นเร่งด่วน ภายใต้แผนร่วมลงทุนดังกล่าว ให้เป็นไปตามกรอบระยะเวลาและแล้วเสร็จตามกำหนด ซึ่งนอกจากโครงการคมนาคมในด้านต่างๆ ทั้งทางถนน ทางราง และทางน้ำแล้ว ยังรวมไปถึงโครงการในด้านอื่นๆ ด้วย เช่น ด้านสาธารณสุข และด้านที่อยู่อาศัยเพื่อผู้สูงอายุ เป็นต้น

นางปานทิพย์ กล่าวว่า พร้อมทั้งได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมการพิจารณาแผนการจัดทำโครงการร่วมลงทุน พิจารณาเสนอแนะแนวทางในการเร่งรัดการดำเนินการตามแผนร่วมลงทุน รวมถึงผลักดันโครงการลงทุนต่างๆ ของรัฐให้ดำเนินการในรูปแบบพีพีพี เพิ่มเติม เพื่อกระตุ้นการลงทุนของประเทศในภาพรวม และช่วยลดข้อจำกัดการลงทุนจากเงินงบประมาณแผ่นดินและเงินกู้ ตลอดจนช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนในการลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐานและบริการสาธารณะต่างๆ ของรัฐ
นางปานทิพย์ กล่าวว่า คณะกรรมการพีพีพี ได้รับทราบแนวทางการกำหนดรายละเอียดในการวิเคราะห์ถึงหลักการและเหตุผลประกอบการพิจารณาความสำคัญของโครงการร่วมลงทุน ตามหลักเกณฑ์ในเรื่องการพิจารณาความสำคัญของโครงการร่วมลงทุนที่มีมูลค่าตั้งแต่ 1,000 – 5,000 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยให้การดำเนินโครงการในกลุ่มดังกล่าวภายใต้ พ.ร.บ. การร่วมลงทุนฯ ปี 2562 มีกรอบการพิจารณาที่ชัดเจน และช่วยให้การดำเนินโครงการโครงสร้างพื้นฐานและบริการสาธารณะมีความคล่องตัว และเป็นไปตามแผนที่กำหนด ทั้งนี้ เพื่อให้การพิจารณาความสำคัญของโครงการเป็นไปด้วยความรอบคอบ คณะกรรมการพีพีพี จึงได้มีมติแต่งตั้งคณะอนุกรรมการกลั่นกรองโครงการ เพื่อพิจารณาและกลั่นกรองความสำคัญของโครงการร่วมลงทุนในกลุ่มข้างต้น และเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการพีพีพี พิจารณาต่อไป


