หน้าแรก เศรษฐกิจ สินค้าเด็กโตส...

สินค้าเด็กโตสวนกระแส “เนเจอร์”เตรียมเข้าตลาดหุ้น (คลิป)

19.09.16 | 11:41 น.

มติชน สมาร์ทบิซ วันที่ 19 ก.ย.2559

นายทวี เอกสุวรรณเจริญ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เนเจอร์คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กภายใต้ แบรนด์ NATUR, Angel Stony และ Toddy เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า แม้เศรษฐกิจชะลอตัว แต่ผลิตภัณฑ์ของใช้เด็กยังเติบโตสูงและขยายตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์สนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ที่เติบโตอย่างมาก ตามเทรนด์แม่ยุคใหม่และดาราที่หันมาเลี้ยงลูกด้วยนมแม่มากขึ้น โดยบริษัทมีการลอนช์สินค้าใหม่ตลอดปี หรือเฉลี่ยปีละ 3-5 รายการ และยังมีนิวไอเท็มในสินค้าเดิม ชูนวัตกรรมตอบโจทย์การใช้งาน อาทิ เครื่องปั๊มนมไฟฟ้าคู่ เครื่องปั๊มนมไฟฟ้าเดี่ยวที่มีปากกรวยกระชับเต้านม ขวดนมไฮบริดปากกว้างทรงสลิม เป็นต้น

ปัจจุบันมีสินค้ากว่า 500-600 รายการ รายได้หลักมาจากขวดนมและจุกนม โดยครึ่งปีแรกมีอัตราการเติบโต 30-50% และสิ้นปีนี้เชื่อว่าจะโตได้ถึง 20 % ซึ่งเป็นผลมาจาก การที่บริษัทได้เริ่มหันมาทำการตลาดอย่างจริงจัง ในแง่จัดอีเวนต์ให้ความรู้เกี่ยวกับการให้นมแม่และทำตลาดออนไลน์

นอกจากนี้บริษัทยังอยู่ระหว่างเตรียมนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หลังอยู่ในตลาดมา 50 ปี และโตเป็นตัวเลข 2 หลักในช่วงเศรษฐกิจไม่ดี โดยจะระดมทุนไปขยายตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะอาเซียน ตั้งเป้าเป็นเบอร์หนึ่งในอินโดจีน ซึ่งที่ผ่านมาขยายไปเกือบทั่วอาเซียน ยกเว้นบรูไน ยุโรปมีที่เนเธอร์แลนด์ ฝรั่งเศส โดยสัดส่วนส่งออก 30% ในประเทศ 70%

Advertisement

ด้านนางสาวสุวรรณา โชคดีอนันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มุ่งพัฒนาอินเตอร์แนชชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าสำหรับแม่และเด็ก แบรนด์ “พีเจ้น” กล่าวว่า ตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคจะได้รับผลกระทบจากสภาพเศรษฐกิจ แต่กลุ่มสินค้าแม่และเด็กยังคงมีดีมานด์สูง เห็นได้จากงานแฟร์แต่ละครั้งยังคงคึกคัก และในช่วงที่เหลือของปีนี้ บริษัทเน้นทำตลาดผ้าเช็ดทำความสะอาดสำหรับเด็ก ซึ่งได้รับความนิยมจากผู้ปกครองและคนรุ่นใหม่ ทำให้ตลาดมูลค่า 700 ล้านบาท โต 16-17% ต่อปี โดยพีเจ้นเองได้ขยายกลุ่มเป้าหมายไปยังกลุ่มพ่อ ด้วยการดึง สิงโต นำโชคมาเป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ชายคนแรกพร้อมเพิ่มความเข้มข้นสื่อออนไลน์ เชื่อว่าด้วยจุดแข็งด้านคุณภาพจะทำให้ยอดขายผ้าเช็ดทำความสะอาดสำหรับเด็กจะโต 20 % จากปีที่แล้วโต 5 %