มติชน สมาร์ทบิซ วันที่ 19 ก.ย.2559
ตลาดค้าปลีกเพื่อสุขภาพและความงามมูลค่า 2 หมื่นล้านคึกคัก รับเทรนด์ตลาดโตไม่หยุดปีละ 10-12% ผู้ประกอบการต่างเปิดเกมรุกชิงยอดขาย ถึงแม้ว่าเศรษฐกิจและกำลังซื้อภาพรวมจะชะลอตัวลงก็ตาม
ค่ายแรก อย่างเบอร์ลี่ ยุคเกอร์ หรือบีเจซี เจ้าของ “บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์” เตรียมส่งเพรียว (Pure) ร้านจำหน่ายเวชภัณฑ์และผลิตภัณฑ์บำรุงสุขภาพ-ความงาม ลุยตลาด พร้อมปิดฉากแบรนด์โอเกนกิ ซึ่งมี 149 สาขาที่เป็นร้านค้าปลีกสุขภาพและความงามของค่ายบีเจซีเดิม เพื่อลดความซ้ำซ้อนและทำให้ภาพของร้านเพรียวชัดเจนขึ้น คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในไตรมาส 4ปีนี้
ด้านร้านสุขภาพและความงามจากญี่ปุ่น นางสาวเบญจมาศ ต้องประสิทธิ์ ผู้บริหารร้านซูรูฮะ ในเครือสหพัฒน์ บอกว่า ภาพรวมตลาดร้านสุขภาพและความงามยังคงขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง ช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา เติบโต 20-30% โดยจัดทำโปรโมชั่น เช่น สินค้าราคาพิเศษ ซื้อ 1 แถม 1 และเพิ่มช่องทางจำหน่ายเว็บไซต์ และในอนาคตจะเน้นการเปิดโมเดลไซซ์ใหญ่ ประมาณ 1,800 ตร.ม. ปีละ 5-10 สาขา เพื่อให้มีสินค้าและบริการที่ครบครันพร้อมสินค้าที่ครอบคลุมรองรับทุกกลุ่มลูกค้า และเป็นสินค้านำเข้าจากญี่ปุ่น ทำให้มีความแตกต่างจากผู้เล่นรายอื่น ๆ
ขณะที่รายใหญ่ในตลาดอย่างวัตสันในเครือเซ็นทรัล ก็มีการทำตลาดอย่างคึกคัก โดยเฉพาะการทำโปรโมชั่นสินค้าราคาพิเศษ, ส่วนลด อย่างต่อเนื่องโดยเน้นให้สิทธิพิเศษแก่ลูกค้าสมาชิก เพราะกลุ่มดังกล่าวสามารถสร้างยอดขายคิดเป็นสัดส่วนกว่า 50%
ขณะที่ ร้านบู๊ทส์ เมื่อเร็ว ๆ นี้ได้จัดแคมเปญฉลองครบรอบ 19 ปี บู๊ทส์ ประเทศไทย ด้วยการนำสินค้ากว่า 1,500 รายการ มาจัดโปรโมชั่น ซื้อ 1 แถม 1 ตั้งแต่ 25 สิงหาคม ถึง 28 กันยายนนี้
ค่ายเซ็นทรัลได้รุกตลาดร้านค้าปลีกและความงามด้วยการส่งร้าน “มัทสึโมโตะ คิโยชิ”เข้ามาร่วมแย่งเค็กก้อนนี้ ด้วยการชูจุดแข็งการนำสินค้าเพื่อสุขภาพ-ความงามจากญี่ปุ่น ทั้งสกินแคร์ เมกอัพ วิตามิน เข้ามาให้บริการ ซึ่งปัจจุบันมีอยุ่ 5 สาขา และเปิดบูทชั่วคราวหมุนเวียนไปในซูเปอร์มาร์เก็ต ท็อปส์ สาขาต่าง ๆ ด้วย
ทั้งนี้กลุ่มร้านเพื่อสุขภาพและความงาม หรือเฮลท์แอนด์บิวตี้ มีโอกาสขยายตัวมาก เนื่องมาจากเทรนด์การใส่ใจดูแลสุขภาพของผู้บริโภค จึงทำให้มีทั้งผู้เล่นหน้าเก่าหน้าใหม่สนใจเข้ามาลงทุนกันอย่างคึกคัก

