หน้าแรก เศรษฐกิจ สขค. จับตา 3 ...

สขค. จับตา 3 กลุ่มแพลตฟอร์ม เสี่ยงใช้อำนาจเหนือตลาดต่อคู่ค้า หลังยอดร้องเรียนพุ่ง

25.08.21 | 17:13 น.

สขค. จับตา 3 กลุ่มแพลตฟอร์ม เสี่ยงใช้อำนาจเหนือตลาดต่อคู่ค้า หลังยอดร้องเรียนพุ่ง

นายสมศักดิ์ เกียรติชัยลักษณ์ เลขาธิการคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (สขค.) เฝ้าระวังสถานการณ์การแข่งขันทางการค้า ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยเฉพาะธุรกิจให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ 3 กลุ่มที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด ได้แก่ 1. แพลตฟอร์มร้านค้าออนไลน์ หรืออีคอมเมิร์ซ 2. แพลตฟอร์มส่งอาหารออนไลน์ 3. แพลตฟอร์มบริการขนส่ง หลังพบว่ามีพฤติกรรมที่อาจเข้าข่ายการใช้อำนาจเหนือตลาดจำนวนเพิ่มขึ้น และได้รับเรื่องร้องเรียนว่ามีผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมเพิ่มมากขึ้น พร้อมกันนี้ได้เร่งพัฒนาแนวทางปฏิบัติ ในการกำกับดูแลการแข่งขันทางการค้าของกลุ่มธุรกิจดังกล่าว ซึ่ง สขค. ได้ดำเนินการแล้ว คือ การออกประกาศแนวทางพิจารณาการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมระหว่างผู้ประกอบธุรกิจให้บริการดิจิทัลแพลตฟอร์มรับและส่งอาหารกับผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร และติดตามพฤติกรรมของผู้ประกอบการ อีคอมเมิร์ซที่อาจเข้าข่ายการกระทำความผิด พ.ร.บ. แข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 อย่างใกล้ชิด


ทั้งนี้ พบว่า มีพฤติกรรมที่อาจเข้าข่ายการการใช้อำนาจเหนือตลาดอย่างไม่เป็นธรรม มีดังนี้ แพลตฟอร์มร้านค้าออนไลน์ หรืออีคอมเมิร์ซ เช่น การกำหนดเงื่อนไขในการจำกัดทางเลือกในการขนส่งสินค้า การเรียกเก็บค่าใช้จ่ายในการโฆษณาหรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ เพิ่มสูงขึ้น หรือเป็นการเลือกปฏิบัติต่อคู่ค้าโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร การใช้ระบบอัลกอริทึมในการแข่งขันด้านราคาหรือการตลาดอย่างไม่เป็นธรรม
แพลตฟอร์มส่งอาหารออนไลน์ เช่น การเรียกเก็บค่าบริการหรือค่าใช้จ่ายจากร้านอาหารสูงขึ้นหรือค่า GP (Gross Profit) หรือเรียกเก็บค่าใช้จ่ายในการส่งเสริมการขายและโฆษณาเพื่อแนะนำร้านในอัตราเพิ่มขึ้นโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร
แพลตฟอร์มบริการขนส่ง เช่น การกำหนดเงื่อนไขที่จำกัดสิทธิแฟรนไชส์ซี หรือการกำหนดเงื่อนไขหรือค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นหลังทำสัญญาโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรสำหรับข้อร้องเรียนของผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับความไม่เป็นธรรม ส่วนใหญ่ร้องเรียนพฤติกรรมที่เข้าข่ายใช้อำนาจเหนือตลาด ซึ่งการร้องเรียนดังกล่าวอยู่ระหว่างการดำเนินการตรวจสอบสืบสวนสอบสวน หากพบว่ามีการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 จะเร่งดำเนินการตามกฎหมาย โดยกรณีที่เป็นการใช้อำนาจเหนือตลาดโดยมิชอบตามมาตรา 50 กรณีที่เป็นการตกลงร่วมกันกำหนดค่าบริการหรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ เข้าข่ายความผิดตามมาตรา54 ซึ่งมีโทษอาญา จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 10% ของรายได้ในปีที่กระทำความผิดหรือทั้งจำทั้งปรับ และกรณีที่เป็นการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมหรือการกำหนดเงื่อนไขทางการค้า อันเป็นการจำกัดหรือขัดขวางการประกอบธุรกิจของผู้อื่นเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 57 มีโทษปรับทางปกครองในอัตราไม่เกิน 10 % ของรายได้ในปีที่กระทำความผิด

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า การขยายตัวของธุรกิจออนไลน์อย่างรวดเร็วส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบธุรกิจจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ประกอบธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม SMEs สขค. จึงได้กำหนดแนวทางพิจารณการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมในธุรกิจแฟรนไชส์ และในส่วนของการลดผลกระทบของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ได้มีการจัดทำแนวทางพิจารณาการปฏิบัติทางการค้าที่เป็นธรรมเกี่ยวกับระยะเวลาการให้สินเชื่อการค้า สำหรับผู้ประกอบธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม โดยกำหนดระยะเวลาไม่เกิน 30–45 วัน เพื่อเพิ่มสภาพคล่องของผู้ประกอบธุรกิจ SMEs นอกจากนี้ สขค. อยู่ระหว่างการศึกษาตลาดธุรกิจ E-platform ประเภทอื่นๆ เพื่อพิจารณาการจัดทำแนวปฏิบัติเพิ่มเติม เพื่อใช้กำกับดูแลการแข่งขันได้อย่างครบถ้วนและสร้างมาตรฐานทางการค้าให้เกิดการแข่งขันทางการค้าอย่างเสรีและเป็นธรรม