ล็อกดาวน์กระทบตั้งธุรกิจใหม่ เพียงเดือนเดียวหดตัว 7% ชี้ยอดติดเชื้อน้อยลงดันเชื้อมั่นเริ่มฟื้น
นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า เดือนกรกฎาคม 2564 ธุรกิจจัดตั้งใหม่เดือนกรกฎาคม 2564 มีจำนวน 5,661 ราย มูลค่าทุนจดทะเบียน 13,543.18 ล้านบาท ประเภทธุรกิจจัดตั้งใหม่สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป รองลงมา คือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และ ธุรกิจขนส่งและขนถ่ายสินค้ารวมถึง คนโดยสาร โดยช่วงทุนที่มีจำนวนรายธุรกิจจัดตั้งใหม่ทั่วประเทศมากที่สุด ได้แก่ ช่วงทุนไม่เกิน 1 ล้านบาท มีจำนวน 4,307 ราย คิดเป็น 76.08% ส่วนธุรกิจเลิกประกอบกิจการเดือนกรกฎาคม มีจำนวน 1,140 ราย มูลค่า ทุนจดทะเบียน 4,152.42 ล้านบาท ประเภทธุรกิจเลิกประกอบกิจการสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป รองลงมาคือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหาร โดยช่วงทุนที่มีจำนวนรายธุรกิจเลิกประกอบกิจการทั่วประเทศ มากที่สุด ได้แก่ ช่วงทุนไม่เกิน 1 ล้านบาท
ทำให้ธุรกิจดำเนินกิจการอยู่ ณ 31 ก.ค. 2564 ทั่วประเทศ จำนวน 807,283 ราย มูลค่าทุน 19.66 ล้านล้านบาท จำแนกเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด/ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล 197,348 ราย คิดเป็น 24.45% บริษัทจำกัด 608,629 ราย คิดเป็น 75.39% และบริษัทมหาชนจำกัด 1,306 ราย คิดเป็น 0.16% ตามลำดับ ธุรกิจส่วนใหญ่มีช่วงทุนไม่เกิน 1 ล้านบาท จำนวน 479,416 ราย คิดเป็น 59.39% รวมมูลค่าทุน 0.42 ล้านล้านบาท คิดเป็น 2.14% รองลงมา คือ ช่วงทุนมากกว่า 1-5 ล้านบาท จำนวน 237,664 ราย คิดเป็น 29.44% รวมมูลค่าทุน 0.80 ล้านล้านบาท คิดเป็น 4.04% ช่วงถัดไปคือ ช่วงทุนมากกว่า 5-100 ล้านบาท จำนวน 73,807 ราย คิดเป็น 9.14% รวมมูลค่าทุน 2.01 ล้านล้านบาท คิดเป็น 10.24% และช่วงทุนมากกว่า 100 ล้านบาท จำนวน 16,396 ราย คิดเป็น 2.03% รวมมูลค่าทุน 16.43 ล้านล้านบาท คิดเป็น 83.57% ตามลำดับ
นายทศพล กล่าวว่า จัดตั้งธุรกิจกรกฎาคม ลดลง 0.11%เปรียบเทียบกรกฎาคม 2563 และลดลง 7% จากมิถุนายน 2564 ขณะเลิกธุรกิจลดลง 10% เทียบกรกฎาคม 2563และ เพิ่มขึ้น 9% จากมิถุนายนปีนี้ นั้นผลมาจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด – 19 อยู่ระดับสูง ส่งผลให้รัฐบาลต้องมีมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดในการจำกัดกิจกรรมทางเศรษฐกิจด้านต่างๆ เพิ่มมากขึ้น เช่น การหยุด การก่อสร้าง การงดรับประทานอาหารในร้านอาหาร และมาตรการล็อคดาวน์ในพื้นที่ทั่วประเทศ โดยมีผลใช้บังคับถึง 31 สิงหาคม 2564 จึงมีผลให้ธุรกิจก่อสร้างทั่วไป ลดลง 9% ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ลดลง 20% และธุรกิจขนส่งและขนถ่ายสินค้ารวมถึงคนโดยสาร ลดลง 4% โดยแนวโน้มที่ลดลงดังกล่าว เป็นไปในทิศทางเดียวกับดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจของธนาคารแห่งประเทศไทย เดือนกรกฎาคม 2564 อยู่ที่ 41.4 ลดลงจากเดือนก่อนหน้าถึง 10%
” โควิด – 19 ถือเป็นประเด็นสำคัญที่ส่งผลต่อ ความเชื่อมั่นของผู้ประกอบธุรกิจที่มีการชะลอตัวเพื่อติดตามสถานการณ์อยู่ในขณะนี้ แต่ จำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศที่เริ่มลดลง และจำนวนผู้ได้รับวัคซีนในประเทศที่เพียงพอจะเป็นปัจจัยที่สร้างความเชื่อมั่นที่ดีในช่วงครึ่งปีหลัง รวมทั้งการฟื้นตัวของการส่งออก และมาตรการการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่อยู่ระหว่างการพิจารณา จะเป็นปัจจัยที่ส่งเสริมที่ต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง ” นายทศพล กล่าว

