หน้าแรก เศรษฐกิจ สมัชชาแม่น้ำเ...

สมัชชาแม่น้ำเข้ายื่นสตง.ตรวจสอบการจัดจ้างฯปรับภูมิทัศน์ริมเจ้าพระยา

19.09.16 | 15:30 น.

ที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) นางภารนี สวัสดิรักษ์ นักวิชาการอิสระด้านผังเมือง ตัวแทนสมัชชาแม่น้ำ ยื่นหนังสือถึงผู้ว่าการ สตง.ขอให้ตรวจสอบโครงการสำรวจ ออกแบบ และจัดทำแผนแม่บทพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาในเขตกรุงเทพมหานคร ที่กระทรวงมหาดไทยมอบหมายให้กรุงเทพมหานครจัดทำโครงการ และว่าจ้างสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) และมหาวิทยาลัยขอนแก่น ในวงเงิน 120 ล้านบาท เป็นที่ปรึกษาโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยการยื่นหนังสือครั้งนี้ มีนายชัยวัฒน์ อนันตศานต์ ผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบการบริหารพัสดุและสืบสวนที่ 3 สตง. เป็นผู้รับมอบหนังสือแทนผู้ว่าการ สตง.


นายชัยวัฒน์กล่าวว่า รับหนังสือไว้ และเข้าไปตรวจสอบโครงการว่าเป็นอย่างไร โดยจะดูว่าขั้นตอนทีโออาร์เป็นอย่างไร ตอนนี้ดูว่าถึงขั้นตอนไหนแล้ว คาดว่าใช้เวลาไม่นานจะมีข้อสรุปจาก สตง.ออกมา

นางภารนีกล่าวว่า ยื่นหนังสือขอให้ สตง.ตรวจสอบการจัดจ้างที่ปรึกษาในโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ริมแม่น้ำเจ้าพระยาว่าคุณสมบัติเหมาะสมมาทำโครงการนี้หรือไม่ ทางสมัชชาได้คัดค้านตั้งแต่จะมีการจัดจ้าง แต่ไม่มีการรับฟัง ตลอดเวลา 7 เดือนการทำงานส่งงวดงาน ที่ปรึกษาและ กทม.ไม่เคยเผยแพร่ให้ประชาชนหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบว่าได้มีการทำงานได้ครบถ้วนตามทีโออาร์หรือไม่ ขอให้ สตง.เข้ามาช่วยดูการใช้งบประมาณตรงนี้ว่าเป็นการใช้งบประมาณอย่างถูกต้อง และมีการส่งมอบงานตามข้อตกลงไว้หรือไม่ เพราะตรงนี้ถือเป็นการใช้เงินแผ่นดิน หลังจากนั้นจะมีการยื่นหนังสือไปยังสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อให้ตรวจสอบเรื่องนี้ด้วย

นางภารนีกล่าวว่า ที่ผ่านมายังไม่เคยเห็นเอกสารผลงานเรื่องการส่งมอบงาน เห็นเอกสารเพียง 2-3 หน้าในเวทีเปิดรับความคิดเห็น ซึ่งประชาชนไม่สามารถรู้ได้เลยว่าเป็นการส่งมอบงานที่ถูกต้องหรือไม่ ดังนั้น อยากให้ สตง.เข้าไปดูถึงการว่าจ้างตรงนี้

Advertisement

ด้านนายยศพล บุญสม ผู้ประสานงานสมัชชาแม่น้ำ กล่าวว่า สิ่งที่เห็นชัดเจนคือวิมานพระอินทร์ที่ลอกเลียนแบบมาจากต่างชาติ ตรงนี้ทำให้เห็นได้ว่าคุณภาพของงานอาจไม่เป็นไปตามหลักวิชาชีพ และการเปิดประชาพิจารณ์เมื่อวันที่ 9 กันยายนที่ผ่านมา ข้อมูลหลายอย่างไม่เป็นไปตามทีโออาร์ ทำให้เกิดการสงสัยว่าเงิน 120 ล้านบาทที่ว่าจ้างไปนั้น จะคุ้มค่าหรือไม่ ดังนั้น เป็นหน้าที่ สตง.ที่ต้องเข้าไปช่วยตรวจสอบถึงการใช้เงิน 120 ล้านบาท ว่าเป็นการจ้างงานที่มีคุณภาพหรือไม่