‘ธนาคารกรุงเทพ’ แนะรัฐเร่งสร้างงานให้คนที่ถูกโควิดกระทบ ชี้ต้องปฎิรูปประเทศ หาเครื่องยนต์ดันศก.ไปต่อ
นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า สถานการณ์การระบาดโควิด-19 ส่งผลกระทบกับทุกภาคส่วนทั้งลูกค้าและภาคธนาคาร อาทิ การปิดสาขาและปรับรูปแบบทำงานที่บ้านมากขึ้น โดยในภาคการทำธุรกิจทางการเงิน พบว่า มีการการทำธุรกรรมออนไลน์ที่ปรับสูงขึ้นอย่างมาก ซึ่งการระบาดโควิด ถือว่าได้เปิดโอกาสใหม่ให้กับธุรกิจตั้งแต่บริษัทขนาดใหญ่จนถึงผู้ค้ารายย่อยสามารถใช้ช่องทางออนไลน์ รวมถึงการเข้ามาของลูกค้าต่างชาติผ่านการชำระเงินออนไลน์ อาทิ อาลีเพย์ วีแชตเพย์ ซึ่งนับเป็นการเร่งปรับตัวให้พร้อมกับพนักงานได้ปรับตัวทำงานยืดหยุ่นมากขึ้นเพื่อให้ตอบสนองลูกค้าได้ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ในระยะถัดไป มองว่าประเทศไทยต้องปฎิรูปตัวเอง และเน้นไปที่อุตสาหกรรมเป้าหมาย ที่สามารถผลักดันการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจได้ (S-curve) อาทิ ธุรกิจสุขภาพเวชภัณฑ์ อิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า พลังงานสะอาด โซลาร์เซลล์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ถนน รถไฟ และท่าเรือ เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจไทย และเดินหน้าโครงการอีอีซี เพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจาดนักลงทุนต่างชาติ รวมถึงรัฐบาลยังต้องเร่งสร้างงานให้กับประชาชนที่สูญเสียรายได้ และสนับสนุนให้เกิดธุรกิจท้องถิ่นเร็วที่สุดด้วย
“สถานการณ์การระบาดโควิด ส่งผลกระทบต่อธุรกิจที่แตกต่างกัน อาทิ ภาคท่องเที่ยว หรือภาคบริการ ถูกกระทบอย่างหนัก ขณะที่ธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ สินค้าไอที และ ธุรกิจดิลิเวอรี่ ได้อานิสงค์จากการทำงานที่บ้าน จึงมองว่าโลกในภายหลังการระบาดโควิด ประเทศไทยจะเผชิญความท้าทายอย่างมาก โดยเฉพาะการฟิ้นฟูภาคท่องเที่ยว ซึ่งคาดการณ์ว่าการเดินทางทั่วโลกจะยังไม่ฟื้นในเร็วๆ นี้ อีกทั้งนักท่องเที่ยวจีนจะยังไม่กลับมา ไทยจึงควรหันไปยังการท่องเที่ยวที่มีมูลค่าเพิ่มทดแทน รวมถึงมีความเสี่ยงในด้านความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ที่จะเป็นอุปสรรคต่อการค้าโลก ทำให้การเร่งสร้างความร่วมมือระบบการเงินระดับภูมิภาค โดยเฉพาะระบบการชำระเงิน จะช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้เอเชียมากขึ้น ขณะที่โครงการรถไฟความเร็วสูงจีน-ลาว จะเปิดโอกาสทางการค้าใหม่ทั่วภูมิภาค โดยทั้งหมดนี้จะเอื้อประโยชน์ได้ หากจีนจะผงาดขึ้นเป็นมหาอำนาจเศรษฐกิจโลกต่อไป” นายชาติศิริ กล่าว
นายชาติศิริ กล่าวว่า นอกจากนี้ ผลกระทบจากโควิดที่ระบาดอยู่นั้น ในส่วนของภาคธนาคารได้รับผลกระทบเช่นกัน แต่สิ่งสำคัญกว่าคือ การหาวิธีทำอย่างไรที่จะช่วยให้ลูกค้าสามารถผ่านพ้นวิกฤตไปได้ โดยธนาคารกรุงเทพมุ่งเน้นเติมสภาพคล่องให้ลูกค้าเพื่อให้ยังคงการจ้างงานต่อไป รวมทั้งมองหาโอกาสธุรกิจใหม่ๆ ให้ลูกค้าเดินหน้าต่อไป โดยโครงการแหล่งสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) จากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และมาตรการเศรษฐกิจต่างๆ จากกระทรวงการคลัง รวมทั้งการสนับสนุนของบริษัทขนาดใหญ่ ในการรักษาซัพพลายเชนให้คงอยู่นั้น มีส่วนช่วยภาคธุรกิจได้อย่างมาก

