‘กรุงศรี’ ชี้ท่องเที่ยวไทยกว่าจะปกติ รอ 4-5 ปี หลังโควิดระบาดซ้ำ ทำติดลูปการสร้างความเชื่อมั่น
นายสมประวิณ มันประเสริฐ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานวิจัย และหัวหน้าทีมวิจัยเศรษฐกิจ บมจ. ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ประเทศไทยยังได้รับผลสะเทือนจากการระบาดโควิด-19 อย่างมาก แต่ภาคธุรกิจต่างๆ ได้รับผลกระทบไม่เท่ากัน โดยเบื้องต้น มาตรการที่ออกมาเพื่อควบคุมการระบาดโควิด เริ่มจากการปิดการท่องเที่ยว ตามมาด้วยมาตรการเว้นระยะห่าง ทำให้ต้องปิดโรงงาน ซึ่งเมื่อใช้เวลายาวนาน ก็ส่งผลกระทยต่อความต้องการสินค้า รวมทั้งความสามารถในการผลิต เกี่ยวเนื่องเป็นลูกโซ่ไปยังการบริโภคของประชาชน โดยทีมวิจัยเศรษฐกิจของธนาคารกรุงศรีฯ ได้คำนวณผลกระทบที่เกิดขึ้นกับภาคอุตสาหกรรมต่างๆ เอาไว้ รวมทั้งการฟื้นตัวของภาพรวมเศรษฐกิจ พบว่าอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบสูงสุด มีรายได้ลดลงระหว่าง 30-50% ได้แก่ อุตสาหกรรมการบิน โรงแรม ร้านอาหาร อุตสาหกรรมสันทนาการและภาคบริการ ส่วนกลุ่มที่มีความแข็งแกร่งที่ได้รับผลกระทบน้อย อาทิ อาหาร โทรคมนาคม โดยการฟื้นตัวของธุรกิจที่ได้รับผลกระทบมาก ก็ต้องเป็นการฟื้นตัวแบบช้าๆ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการบิน ภาคการท่องเที่ยว ที่คาดว่าจะทยอยฟื้นตัวในช่วงปลายปี 2564 ไปจนถึงต้นปี 2565 แต่หากจะให้กลับมาเป็นปกติ เทียบกับช่วงก่อนเกิดโควิดระบาด เมื่อปี 2562 อาจต้องใช้เวลาอีกถึง 4-5 ปี โดยมองว่า การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวไทย แบ่งออกเป็น 4 ระยะ ได้แก่ 1.ระยะการสร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวและกิจการภายในประเทศ 2.การกระต้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ ทั้งในกลุ่มนักท่องเที่ยวไทย และชาวต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทย (เอ็กซ์แพท) 3. ทำข้อตกลงพิเศษ การจับคู่ท่องเที่ยวระหว่างกัน (แทรเวล บับเบิล) กับประเทศอื่นๆ และ 4.การกลับไปสู่ภาวะปกติ
“จากเดิมในช่วงต้นปีที่ผ่านมา มีความเชื่อมั่นว่า ภาคการท่องเที่ยวไทย จะก้าวจากการอยู่ระยะ 2 ในการกระตุ้นการท่องเที่ยวต่างๆ เข้าสู่ระยะที่ 3 ในการจับคู่เที่ยวระหว่างประเทศ แต่การระบาดโควิด-19 ที่พบเชื้อกลายพันธ์ุ โดยเฉพาะสายพันธุ์เดลต้า ทำให้เราต้องกลับไปสู่ระยะ 1 หรือกลับไปสร้างความเชื่อมั่นใหม่อีกครั้งทันที แต่ขณะนี้ต่างชาติยังแสดงความเชื่อมั่นว่า การที่ประเทศไทยมีวัคซีนเพิ่มขึ้น จะทำให้สถานการณ์พัฒนาไปได้อย่างรวดเร็ว แต่ประเทศไทยต้องมีสภาพคล่องเพียงพอในกระตุ้นเศรษฐกิจ มีการออกแบบตลาดที่เหมาะกับลูกค้า สามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันได้ รวมทั้งธุรกิจที่มีอยู่ต้องแสวงหาผู้ร่วมทุน หรือผู้ร่วมกิจการที่มีความแข็งแกร่งในด้านทุน หรือเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมการตลาด เพื่อให้สามารถปรับตัวได้อย่างเข้มแข็งต่อไป” นายสมประวิณ กล่าว
นายสมประวิณ กล่าวว่า ภาคอุตสาหกรรมของไทยจำเป็นจะต้องปรับตัวอย่างมาก เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปในช่วงหลังโควิดให้ได้ โดยแบ่งการเปลี่ยนแปลงเป็น 4 ด้าน ได้แก่ 1.เนื่องจากสังคมในอนาคต คนมีอายุยืนขึ้น ซึ่งจะมีคนหลายรุ่นอยู่ในสังคม ซึ่งแต่ละวัยนั้นมีความต้องการของตัวเอง ทำให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการของไทยจำเป็นจะต้องปรับตัว และทำแผนให้ครอบคลุมความต้องการของคนรุ่นแต่ละรุ่นที่แตกต่างกัน 2.คนจะมีความต้องการในด้านการท่องเที่ยว และประสบการณ์ที่หลากหลายเฉพาะตัวมากขึ้น โดยเฉพาะชนชั้นกลาง ทำให้การเตรียมทำแผนการตลาดควรจะต้องเข้าถึงความต้องการเฉพาะของคนกลุ่มนื้ 3.เทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในธุรกิจการท่องเที่ยว อาทิ ระบบการนำร่อง หรือเนวิเกชั่นซิสเต็ม การจองตั๋ว ที่พัก และบริการออนไลน์ ซึ่งควรจะนำเข้ามาใช้เพื่อให้นักท่องเที่ยววางแผนการท่องเที่ยวได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น และ 4.การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจะได้รับความสนใจมากขึ้น และคนจะสนใจการป้องกันหรือการทำให้มีสุขภาพดีไว้เสมอมากขึ้น ทำให้ตลาดท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจะเป็นตลาดใหม่ที่น่าสนใจและมีศักยภาพมากในอนาคต

