เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ นายนรฤทธิ์ โกมลารชุน ประธานชมรมอนุรักษ์พญาไท ทำหนังสือร้องเรียนการติดตั้งเสาสัญญาณโทรศัพท์มือถือในพื้นที่ชุมชน โดยไม่ได้ทำแบบสอลถามหรือประชาพิจารณ์ และเกรงว่าจะส่งผลต่อสุขภาพของประชาชน
ทั้งนี้ หนังสือร้องเรียนระบุว่า เนื่องจากมีการติดตั้งเสาสัญญาณค่ายโทรศัพท์มือถือแห่งหนึ่ง บริเวณดาดฟ้าของอาคาร บริษัทแห่งหนึ่ง ในซอยเจริญพร 2 พหลโยธิน 11 แขวงพญาไท เขตพญาไท กทม. แต่ปรากฏว่า ผู้พักอาศัยอยู่ในบ้านที่ตั้งอยู่ระยะประชิดนั้นไม่เคยได้รับข้อมูลจากทางบริษัทแต่อย่างใด และผู้พักอาศัยก็ไม่เห็นด้วย เพราะการติดตั้งเสาสัญญาณดังกล่าวนั้น ไม่ได้มีการแจ้งล่วงหน้า ไม่มีการปิดประกาศ แจ้งกับชุมชนแต่อย่างใด
ขณะเดียวกันสำนักงานเขตพญาไท ยังไม่ได้มาตรวจสอบอาคารว่าสามารถรองรับเสาสัญญาณดังกล่าวได้หรือไม่ การติดตั้งระยะประชิดกับถนนในพื้นที่ชุมชน และยังติดตั้งถึง 2 เสาขนาดใหญ่มากบนริมขอบอาคารเล็กๆ โดยไม่มีหนังสือจาก กสทช. ในการอนุญาตติดตั้งแต่อย่างใด

“ชุมชนในพื้นที่จึงมีข้อสงสัยว่า การขออนุญาตเข้าทำการติดตั้งเสานั้น เหตุใดจึงไม่มีการจัดทำแบบสอบถาม หรือประชาพิจารณ์ เพื่อทำความเข้าใจกับชุมชนในพื้นที่ ก่อนจัดทำรายงานขอใบอนุญาตเข้าติดตั้งที่ข้อกฎหมายกำหนดไว้ กรณีมีการติดตั้งเสาส่งสัญญาณโดยเจ้าของบ้านให้เช่าพื้นที่บนดาดฟ้านั้น มีการดำเนินการขออนุญาตก่อสร้างต่อเติมอาคารถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ลักษณะของอาคารเป็นอาคารขนาดเล็ก ชุมชนมีความกังวลใจในด้านความปลอดภัย”จดหมายร้องเรียนระบุ

จดหมายร้องเรียนยังระบุว่า นอกจากนี้ วันที่มีการดำเนินการติดตั้งเสาสัญญาณดังกล่าวนั้น ชุมชนในพื้นที่ได้มีการแจ้งกับคนงานให้หยุดดำเนินการเพื่อตรวจสอบก่อน แต่กลับได้รับการปฏิเสธ และยังดำเนินการติดตั้งต่อไปต่อ ชุมชนในพื้นที่จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางซื่อ ให้มาตรวจสอบ และไปเจรจากันที่สน.บางซื่อ แต่หัวหน้าคนงานและทีมงานกลับหลบหนีไป
“ทั้งนี้ จากการศึกษางานวิจัยผลกระทบจากคลื่นโทรศัพท์เคลื่อนที่ องค์การอนามัยโลกยืนยันแล้วว่า การอยู่ในบริเวณที่มีเสาสัญญาณโทรศัพท์ หรือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากำลังสูงตลอด 24 ชั่วโมง อาจได้รับผลกระทบทางด้านสุขภาพทำให้ป่วย เป็นมะเร็ง เนื้องอกในสมอง เกิดอาการทางประสาท หูอื้อ ซึ่งมีผลกระทบโดยตรงกับเด็ก คนชราและผู้ป่วย เป็นต้น จึงอยากทราบว่าบริษัทมีมาตรการรักษาหรือให้ความช่วยเหลือ เยียวยา ผู้ที่ได้รับผลกระทบข้างเคียงเนื่องจากได้รับคลื่นแม่เหล็กเป็นเวลานานด้วยหรือไม่”จดหมายร้องเรียนระบุ

จดหมายยังระบุว่า ประเด็นปัญหาเหล่านี้มิใช่เพิ่งเกิดขึ้นในบริเวณพื้นที่เขตพญาไทเท่านั้น ก่อนหน้านี้เคยเกิดขึ้นในหลายจังหวัด ที่ประชาชนมีการร้องเรียนถึงความเดือดร้อน จนนำเรื่องไปร้องเรียนฟ้องร้องต่อศาลปกครอง เพื่อให้บริษัทเจ้าของสัมปทานมือถือย้ายเสาส่งสัญญาณที่ไม่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายและอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนออกจากพื้นที่โดยเร็วที่สุดดังที่ปรากฏเป็นข่าวก่อนหน้านี้
“การปล่อยให้บริษัทเอกชนใช้ช่องว่างของกฎหมายมาสร้างประโยชน์ทางธุรกิจบนความเดือดร้อนของประชาชน ทั้งๆ ที่บริษัทเอกชนได้ก่อสร้างสถานีส่งสัญญาณครอบคลุมทั้งประเทศไปหมดแล้วตามสัญญาสัมปทาน จึงไม่มีเหตุอันควรที่จะมาสร้างเสาสัญญาณย่อยเพิ่มเติมขึ้นมาอีก และยังเป็นการสร้างปัญหาและส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่อีกด้วย ชมรมอนุรักษ์พญาไทจึงร้องเรียนมายังผู้บริหาร และคณะกรรมการบริษัทโปรดพิจารณาปัญหาและผลกระทบที่เกิดขึ้นครั้งนี้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับการชี้แจงและแก้ไขปัญหาทันที รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบการติดตั้งเสาในพื้นที่ชุมชนโดยด่วน”จดหมายระบุ

