ที่กระทรวงการคลัง นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า มาตรการด้านสวัสดิการที่กระทรวงการคลังช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนไว้ 8.3 ล้านคนนั้น มี 2 มาตรการคือ มาตรการเกี่ยวข้องรายได้ และการสร้างความมั่นคง มั่นใจ การดำรงชีวิตของผู้มีรายได้น้อย ได้เสนอไปยังนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแล้ว และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมอบหมายให้หารือกับผู้อำนวยการสำนักงบประมาณว่ามีงบประมาณที่จะมาใช้ตรงนี้แค่ไหน เพราะเบื้องต้นสูงกว่าหลักร้อยล้านบาท
“มาตรการนำมาใช้นั้นเป็นมาตรการเพิ่มเติมจากของเดิม 1 มาตรการและเป็นมาตรการใหม่ 1 มาตรการ คงไม่สามารถบอกรายละเอียดได้มากกว่านี้ โดยจะพยายามทำให้แล้วเสร็จเพื่อนำมาใช้ในช่วงปลายปี 2559 นี้ มาตรการนี้จะมีการโอนเงินผ่านระบบพร้อมเพย์ ดังนั้นจึงสั่งการให้แบงก์รัฐทั้ง 3 แห่ง ที่รับลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยให้แจ้งผู้ที่มาลงทะเบียนให้มาลงทะเบียนพร้อมเพย์ด้วย แต่ถ้าไม่สะดวกจ่ายเงินผ่านธนาคารปกติได้ ” นายสมชัยกล่าว
ทั้งนี้หากเป็นมาตรการให้ผลดีจะคงอยู่ตลอดไปทุกปี ส่วนผู้ที่ไม่ยอมมาลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยในรอบนี้ จะไม่ได้รับสวัสดิการที่จะให้ในปีนี้ แต่สามารถมาลงทะเบียนใหม่ได้ในปีหน้า ขณะนี้กรมสรรพากรกำลังตรวจสอบผู้มีรายได้น้อยที่มาลงทะเบียนไว้ 8.3 ล้านคนว่าผ่านเกณฑ์เท่าไหร่ และประกาศรายชื่อให้ผู้ที่ลงทะเบียนไว้ทราบในวันที่ 1 ตุลาคม 2559 นี้ โดยการลงทะเบียนตรงนี้ทำให้รัฐมีข้อมูลที่ถูกต้อง สามารถออกมาตรการช่วยเหลือได้ตรงจุด ทำให้การใช้งบประมาณคุ้มค่ากว่าการจ่ายไปแบบเบี้ยหัวแตก
นายสมชัย กล่าวต่อว่า มาตรการที่ออกมานั้นคงไม่ใช่เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะการกระตุ้นคงไม่จำเป็นแล้ว เศรษฐกิจเดินหน้าไปได้ดีแล้ว สิ่งที่กระทรวงการคลังเร่งรัดคือให้เอกชนใช้สิทธิประโยชน์ภาษี 2 เท่า ที่จะหมดสิ้นปีนี้ โดยสั่งการให้ตัวแทนของกระทรวงการคลังระดับจังหวัดกว่า 900 คนไปหารือกับเอกชน อาทิ สภาอุตสาหกรรมจังหวัด สภาหอการค้าจังหวัด เพื่อกระตุ้นให้ผู้ประกอบการเร่งใช้สิทธิภาษี มั่นใจว่าในเดือนกันยายนนี้ การลงทุนเอกชนน่าจะสูงขึ้น

