ช้าแล้วช้ำอีก! ร้านอาหารโอด ดีใจเก้อ ศบค.คลายล็อกทิพย์ เงื่อนไขอื้อ เปิดไม่ได้อยู่ดี

ช้าแล้วช้ำอีก! ร้านอาหารโอด ดีใจเก้อ ศบค.คลายล็อกทิพย์ เงื่อนไขอื้อ เปิดไม่ได้อยู่ดี

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากเหตุการณ์โรค covid-19 ระบาดรอบ 3 ซึ่งมีผลกระทบกับบรรดาร้านอาหารและแผงลอยในจังหวัดสมุทรสงคราม ล่าสุดเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาด ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ได้มีมติคลายล็อก จังหวัดพื้นที่สีแดงเข้ม 29 จังหวัด โดยในส่วนของร้านอาหารคือให้นั่งกินอาหารและเครื่องดื่มในร้าน เริ่มวันที่ 1 กันยายน 2564 นั้น

นายภาณุมาศ รวมสุข ประธานชมรมผู้ประกอบการค้าอาหารสมุทรสงคราม กล่าวว่า ที่ผ่านมาตนพร้อมกับสมาชิกชมรมทุกร้าน ก็ปฏิบัติตามคำสั่งของจังหวัด และ ศบค.และพร้อมที่จะให้ความร่วมมือทุกๆ ด้าน เพื่อหยุดเชื้อและความปลอดภัยของผู้บริโภค และเจ้าของร้านรวมถึงพนักงานทุกคน และรอคอยความหวังการคลายล็อคให้นั่งรับประทานอาหารในร้านได้

“แต่พอทราบผลการประชุม ศบค. ที่ออกมาตรการคลายล็อกต่างๆ มา ซึ่งในส่วนของร้านอาหารการคลายล็อกนั่งรับประทานอาหารและเครื่องดื่มในร้านได้นั้น ดูเผินๆ ก็ฟังดูดี และเมื่อศึกษารายละเอียดจะพบว่าไม่เป็นผลดีกับร้านอาหารเลย เพราะมีข้อกำหนด อยู่หลายมาตรการและความเข้มงวด เช่น ร้านอาหารที่จะเปิดบริการได้ต้องฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มไม่ว่าจะเป็นเจ้าของกิจการหรือพนักงานทุกคน อีกทั้งต้องมีการตรวจ ATK ทุก 3-7 วัน เป็นต้น

ข้อกำหนดดังกล่าวยิ่งเป็นการสร้างภาระให้กับร้านค้า ที่ความพร้อมของแต่ละร้านไม่เท่ากัน โดยเฉพาะค่าชุดตรวจก็ราคาแพง ส่วนการฉีดวัคซีนบางร้านฉีดแค่เข็มหนึ่ง บางร้านหนึ่งยังไม่ได้ฉีดเลยสักเข็ม เนื่องจากสมุทรสงครามเป็นจังหวัดเล็กๆ วัคซีนก็ได้รับการจัดสรรน้อยมาก เราก็ร้องเรียนไปหลายครั้งหลายรอบแล้ว แต่ไม่ได้รับการเหลียวแลช่วยเหลือแม้กระทั่งวัคซีน ก็ยังไม่มีวัคซีนมาเพียงพอให้กับประชาชน”

นายภาณุมาศกล่าวว่า การที่ ศบค.ประกาศออกมาแบบนี้ก็เหมือนกับคลายล็อกทิพย์ เท่ากับว่าร้านอาหารในจังหวัดสมุทรสงครามก็เปิดไม่ได้อยู่ดี เพราะไม่สามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดได้ ทั้งเรื่องการฉีดวัคซีน 2 เข็มและการตรวจ ATK ดังนั้นร้านอาหารในจังหวัดสมุทรสงครามส่วนหนึ่งขอปิดไปก่อนดีกว่ารอให้สถานการณ์ดีขึ้นทั้งหมดแล้วค่อยเปิดให้บริการ ซึ่งความพร้อมของแต่ละร้าน ไม่มีความพร้อมที่จะเปิดเลยพนักงานก็ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน เพราะในช่วงปลายปี 2564 คาดว่าสถานการณ์น่าจะเริ่มดีขึ้นการค้าขายคงดีกว่าที่จะมาเปิดในวันนี้

“อย่างไรก็ตามหากรัฐวางแผนการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ไม่ดี ทำให้ปลายปีมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอีก ร้านอาหารก็คงโดนปิด ช้ำแล้วช้ำอีก ร้องไห้ไม่มีน้ำตาอีกแน่ ได้แต่หวังว่าคงไม่มีปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้นเหมือนทุกวันนี้” นายภาณุมาศกล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon