หน้าแรก เศรษฐกิจ ‘พิพัฒน์’ ให้...

‘พิพัฒน์’ ให้ 5 สมาคมสำรวจความต้องการด้านเงินทุน หลังหารือ ‘อาคม’ ได้ 8 พันลบ. อุ้มธุรกิจท่องเที่ยว

31.08.21 | 05:20 น.

‘พิพัฒน์’ ให้ 5 สมาคมสำรวจความต้องการด้านเงินทุน หลังหารือ ‘อาคม’ ได้ 8 พันลบ. อุ้มธุรกิจท่องเที่ยว

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ได้หารือร่วมกับเอกชน 5 สมาคมในภาคการท่องเที่ยว ได้แก่ 1.สมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) 2.สมาคมสปาไทย 3.สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) 4.สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.) และ 5.สมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไป (สปข.) เพื่ออัพเดตผลการหารือร่วมกับนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่ได้จัดสรรวงเงินสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) จากธนาคารออมสิน และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) วงเงิน 8,000 ล้านบาท เพื่อนำมาช่วยเหลือธุรกิจท่องเที่ยว ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดโควิดหลายระลอกในช่วงที่ผ่านมา โดยขั้นตอนต่อจากนี้คือ ทั้ง 5 สมาคม จะต้องสำรวจและจัดทำรายละเอียดว่า แต่ละสมาคมมีสมาชิกที่ต้องการความช่วยเหลือด้านเงินทุนจำนวนกี่ราย คิดเป็นเม็ดเงินอยู่ที่เท่าใด หลังจากนั้นกระทรวงการท่องเที่ยวฯ กระทรวงการคลัง และเอกชน 5 สมาคม จะนัดหารือร่วมกันอีกครั้ง และส่งรายละเอียดจำนวนผู้ประกอบการที่ต้องการความช่วยเหลือให้กับกระทรวงการคลัง โดยเบื้องต้นคาดว่าจะมีความชัดเจนภายในเดือนกันยายนนี้ ซึ่งจะช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับภาคเอกชนว่า จะสามารถส่งรายละเอียดความต้องการมายังกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ได้ในช่วงใด

“เมื่อได้รายละเอียดว่ามีเอกชนต้องการให้ช่วยเหลือด้านเงินทุนจำนวนกี่ราย คิดเป็นวงเงินอยู่ที่เท่าใดบ้าง ขั้นตอนต่อไป กระทรวงการคลังจะต้องหารือร่วมกับธนาคารพาณิชย์ ว่าจะต้องดำเนินการอย่างไร หรือปรับเปลี่ยนเงื่อนไขอะไรเพิ่มเติม เพื่อให้สามารถเข้าถึงซอฟต์โลนได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะการปรับรูปแบบหรือเงื่อนไขการกู้เงิน ซึ่งขอปรับเปลี่ยนจากเดิมที่กำหนดให้ใช้สินทรัพย์ในการค้ำประกันเงินกู้ มาเป็นการกำหนดให้ผู้กู้สามารถค้ำประกันไขว้ร่วมกันได้ อาทิ ค้ำไขว้กันระหว่างบริษัทต่อบริษัท หรือผู้บริหารตัวต่อตัว เพราะแนวทางนี้จะสามารถปลดล็อกการกู้เงินได้สะดวกมากกว่า และทำให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงแหล่งวงเงินได้ง่ายขึ้น ซึ่งส่วนนี้กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ไม่มีอำนาจในการเข้าร่วมด้วยแล้ว เพราะถือเป็นตัวเชื่อมให้เอกชนได้หารือกับผู้ถือเงินงบประมาณที่สามารถช่วยเหลือได้โดยตรงเท่านั้น” นายพิพัฒน์ กล่าว

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า สำหรับวงเงิน 8,000 ล้านบาท ที่กระทรวงการคลังจัดสรรมาให้นั้น เดิมจะของบประมาณ มูลค่า 10,000 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำให้กับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว อาทิ บริษัททัวร์นำเที่ยว โรงแรม รถนำเที่ยว นวดสปาเบื้องต้นจะเน้นการช่วยเหลือธุรกิจท่องเที่ยวที่เป็นธุรกิจขนาดเล็กและกลาง (เอสเอ็มอี) เป็นหลัก เพราะที่ผ่านมาปัญหาของผู้ประกอบการท่องเที่ยว ที่สะท้อนมายังกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ส่วนใหญ่เป็นเรื่องการเข้าถึงซอฟต์โลนได้น้อยมาก โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี ที่ต้องการวงเงินสินเชื่อไม่เกิน 3 แสนสำหรับบุคคลธรรมดา และไม่เกิน 5 แสนบาทสำหรับนิติบุคคล รวมถึงผู้ประกอบการที่ไม่มีสินทรัพย์ในการค้ำประกันเงินกู้ จึงไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้ เพื่อนำมาเติมสภาพคล่องให้ธุรกิจพยุงตัวเองรอจนกว่าการท่องเที่ยวจะกลับมาเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง