หน้าแรก เศรษฐกิจ ‘หัวหิน’ ปักธ...

‘หัวหิน’ ปักธงเปิดรับต่างชาติ 1 ต.ค.นี้ คาดปั้นรายได้ 1.2 พันล้าน ชี้ความพร้อมเหลือฉีดวัคซีนครบ 70%

1.09.21 | 04:23 น.

‘หัวหิน’ ปักธงเปิดรับต่างชาติ 1 ต.ค.นี้ คาดปั้นรายได้ 1.2 พันล้านบาท ชี้ความพร้อมเหลือฉีดวัคซีนครบ 70%

นายกรด โรจนเสถียร คณะกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และนายกสมาคมสปาไทย ในฐานะประธานภาคเอกชนของโครงการหัวหิน รีชาร์จ เปิดเผยว่า ความคืบหน้าในการเตรียมความพร้อมพื้นที่เทศบาลเมืองหัวหิน จำนวน 2 ตำบล ได้แก่ ตำบลหัวหิน และหนองแก พื้นที่ 86.36 ตารางกิโลเมตร ตามแผนการเปิดพื้นที่นำร่องรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ แบบไม่กักตัว ซึ่งคาดว่าจะเริ่มต้นได้ในวันที่ 1 ตุลาคม 2564 โดยขณะนี้ได้ฉีดวัคซีนให้กับคนในพื้นที่ตำบลหัวหิน และหนองแก ประมาณ 55% แล้ว ซึ่งเป็นการฉีดวัคซีนรวมตั้งแต่เข็มที่ 1-3 จำนวน 75,740 โดส จากเป้าหมายที่ต้องฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมประชากรในพื้นที่ทั้งสิ้น 90,564 คน โดยในวันที่ 5 กันยายนนี้ คณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการหัวหิน รีชาร์จ จะหารือร่วมกับนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สาธารณสุขจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดทั้งรัฐและเอกชน เพื่อหารือแนวทางแผนการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติแบบไม่กักตัว การเตรียมความพร้อมของพื้นที่ในขณะนี้ รวมถึงเอกชนจะเสนอให้ช่วยเร่งจัดหาวัคซีนมาฉีดให้กับประชากรในพื้นที่ตามเป้าหมายที่วางไว้ อย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 70% เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ ซึ่งหากในเดือนกันยายนนี้ ได้รับวัคซีนมาเพิ่มอีก จะสามารถระดมฉีดให้กับคนในพื้นที่เป้าหมาย โดยเชื่อว่าจะเปิดพื้นที่หัวหินรับนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ทันเดือนตุลาคมนี้แน่นอน

“หากสามารถเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ทันวันที่ 1 ตุลาคมนี้ ตามที่กำหนดไว้ คาดว่าตลอดไตรมาส 4/2564 (ตุลาคม-ธันวาคม) จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาถึง 100,000 คน สร้างรายได้กับพื้นที่กว่า 1,200 ล้านบาท และเกิดการจ้างงานในภาคธุรกิจบริการอีกกว่า 89,000 คน ซึ่งเป็นเป้าหมายเดิมที่คาดไว้ เนื่องจากช่วงไตรมาสสุดท้ายของทุกปี จะมีต่างชาติเข้ามาเที่ยวไทยมากที่สุด เพราะเป็นช่วงฤดูหนาวของหลายประเทศ ซึ่งนักท่องเที่ยวจะนิยมเดินทางมาเที่ยวไทยเพื่อหนีหนาว อาทิ อังกฤษ ที่แม้จะมีการยกระดับประเทศไทยเป็นพื้นที่สีแดง หรือมีการระบาดโควิด-19 รุนแรง เพื่อเตือนการเดินทางเข้าไทยนั้น แต่ขณะนี้ยังเห็นความต้องการ (ดีมานด์) ของคนอังกฤษที่ต้องการเข้ามาเที่ยวไทยอย่างต่อเนื่อง รวมถึงประเทศในแถบยุโรปด้วย” นายกรดกล่าว

นายกรดกล่าวว่า สำหรับรูปแบบการท่องเที่ยวในโครงการหัวหิน รีชาร์จ เป็นรูปแบบเดียวกับโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ แตกต่างกันตรงขนาดพื้นที่เล็กกว่า และเป็นพื้นที่ทางบก หรือแผ่นดินใหญ่ ซึ่งจะต้องมีมาตรการควบคุมไม่ให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ ออกนอกเส้นทางท่องเที่ยวที่กำหนดเฉพาะ (ซีลรูท) ความสำคัญจึงอยู่ที่การกำหนดเส้นทางท่องเที่ยว ที่ต้องสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้อยู่จนครบ 14 วันได้ และไม่ออกนอกเส้นทางอย่างเด็ดขาด โดยแพคเกจท่องเที่ยวหัวหิน เบื้องต้นเน้นท่องเที่ยวครบ 14 วันเป็นหลัก เนื่องจากไม่มีการกักตัวนักท่องเที่ยวที่เข้ามา ทำให้จะต้องทำการตรวจหาเขื้อโควิดก่อน 1 ครั้ง ในสนามบิน ก่อนจะนั่งรถที่ได้เครื่องหมายมาตรฐานความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยวและสุขอนามัย (เอสเอชเอพลัส) เข้าโรงแรม และไม่สามารถออกนอกห้องพักได้ จนกว่าจะทราบผลการตรวจไม่พบเชื้อ จากนั้นจึงจะสามารถไปท่องเที่ยวภายในพื้นที่ 86.36 ตร.กม.ของหัวหิน และทำกิจกรรมได้ทั้งหมด อาทิ สนามกอล์ฟ ชุมชนท่องเที่ยว ร้านอาหาร รวมถึงห้างสรรพสินค้าได้ เนื่องจากทุกสถานที่จะต้องได้รับมาตรฐานเอสเอชเอพลัสแล้ว โดยหลักเกณฑ์แนวปฏิบัติผู้ที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร (เอสโอพี) อย่างชัดเจนนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการ ซึ่งจะนำเสนอในการหารือร่วมกันอีกครั้ง