หน้าแรก เศรษฐกิจ สระว่ายน้ำแข่...

สระว่ายน้ำแข่งเดือดรายเล็กตัดราคาสู้

20.09.16 | 15:29 น.

นายธนูศักดิ์ พึ่งเดช ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท เจ.ดี.พูลส์ เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดรับสร้างสระว่ายน้ำครึ่งแรกปี 2559 ไม่ขยายตัวดังที่คาดการณ์ไว้ เนื่องจากผู้บริโภคไม่มั่นใจในภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวชัดเจน ส่งผลให้ตลาดรับสร้างสระว่ายน้ำมีการแข่งขันราคากันรุนแรง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อยและรายใหม่ที่เข้ามาแข่งขันในธุรกิจนี้ ต่างหันมาเน้นการลดต้นทุนหรือใช้วัสดุราคาประหยัด เพื่อตัดราคาขายคู่แข่ง เช่น โครงสร้างสระไม่เสริมเหล็ก วัสดุไฟเบอร์กลาสคุณภาพต่ำและราคาถูก ฯลฯ เป็นต้น ซึ่งอาจส่งผลต่อคุณภาพและอายุการใช้งานสระว่ายน้ำ ดังนั้น หากผู้บริโภคที่ไม่เข้าใจหรือศึกษารายละเอียดไม่ดีพอหรือเน้นราคาถูกเท่านั้น อาจพบกับความผิดหวังหรือได้สินค้าและบริการไม่คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป


“ปัจจุบันตลาดรับสร้างสระว่ายน้ำแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ 1.สระบ้านเดี่ยวพักอาศัย 2.สระขนาดใหญ่สำหรับโรงแรมและรีสอร์ต 3.บ้านพร้อมสระหรือ Pool Villa และ 4.สระสวนน้ำ โดยกลุ่มที่ขยายตัวมากที่สุดคือ สระบ้านเดี่ยวขนาดเล็กหรือมูลค่าไม่เกิน 8 แสนบาท โดยมีผู้ประกอบการรายย่อยส่วนใหญ่แข่งขันชิงแชร์ส่วนแบ่งกันเป็นหลัก ในขณะที่ตลาดกลุ่ม Pool Villa เติบโตต่อเนื่อง แต่ไม่หวือหวามากนัก สำหรับสระขนาดใหญ่และสวนน้ำตลาดรวมยังทรงตัว อย่างไรก็ดี พบว่าผู้ประกอบการรายใหม่ที่เข้ามาแข่งขันในตลาดสระว่ายน้ำ มีการใช้กลยุทธ์โฆษณาเกินจริงบนโซเชียลมีเดีย ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องน่ากังวลและน่าเป็นห่วง สำหรับราคาสร้างสระว่ายน้ำที่แท้จริงโดยผู้ให้บริการมืออาชีพ รวมถึงอาจนำไปสู่ความขัดแย้งหรือผิดสัญญาระหว่างกัน กรณีไม่สามารถให้บริการสร้างสระว่ายน้ำได้ตามที่โฆษณาไว้ และสุดท้ายจะส่งผลด้านลบต่อภาพรวมธุรกิจสร้างสระว่ายน้ำ” นายธนูศักดิ์กล่าว

นายธนูศักดิ์กล่าวว่า นอกจากนี้ บริษัทได้เปิดตัวธุรกิจบริการดูแลคุณภาพน้ำและจำหน่ายผลิตภัณฑ์สระว่ายน้ำให้สระทุกประเภท ภายใต้แบรนด์ พูลโปรแอนด์แล็บ (Pool Pro&Lab : PPL) โดยเปิดตัวแล้ว 5 สาขาได้แก่ กรุงเทพฯ, ภูเก็ต, เชียงใหม่, เชียงราย และกาญจนบุรี รวมถึงคาดว่าจะเปิดเพิ่มอีก 4 สาขา ให้ครบ 9 สาขาในปีนี้ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมแบรนด์ของเจ.ดี.พูลส์ ให้เป็นแบรนด์สระว่ายน้ำรายแรกและรายเดียวในประเทศไทยให้ครบวงจรที่สุดตั้งแต่การผลิตและก่อสร้างสระว่ายน้ำ การทำการตลาดในรูปแบบแฟรนไชส์ รวมถึงการบริการหลังการขายและดูแลคุณภาพอย่างครบวงจร

ทั้งนี้ คาดว่าปีนี้มูลค่าตลาดรับสร้างสระว่ายน้ำไว้ 5,000 ล้านบาท โดย เจ.ดี.พลูส์ ตั้งเป้าแชร์ส่วนแบ่งตลาดไว้ร้อยละ 20 โดยในช่วง 6 เดือนแรกที่ผ่านมา (ม.ค.-มิ.ย. 2559) สามารถทำยอดขายได้แล้ว 440 ล้านบาทเศษ ใกล้เคียงกับเป้าที่ตั้งไว้ อย่างไรก็ตาม ในช่วงครึ่งปีหลังคาดการณ์ว่า ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและทิศทางเศรษฐกิจประเทศจะปรับตัวดีขึ้น หลังจากที่ร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติ และจะนำไปสู่การเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยที่ชัดเจนแล้ว