หน้าแรก เศรษฐกิจ เงินเฟ้อ ส.ค....

เงินเฟ้อ ส.ค. ลดอีกครั้งรอบ 5 เดือน ผลพวง รัฐช่วยค่าน้ำ-ไฟ ลุ้นต่ออายุส่งผลทั้งปีสูงไม่เกิน 1%

6.09.21 | 12:03 น.

เงินเฟ้อ ส.ค. ลดอีกครั้งรอบ 5 เดือน ผลพวง รัฐช่วยค่าน้ำ-ไฟ ลุ้นต่ออายุส่งผลทั้งปีสูงไม่เกิน 1%

นายวิชานันท์ นิวาตจินดา รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (เงินเฟ้อ) ทั่วไป เดือนสิงหาคม 2564 กลับมาหดตัวอีกครั้งในรอบ 5 เดือน โดยลดลง 0.02% เทียบกับเดือนสิงหาคม 2563 และลดลง 0.18% จากเดือนกรกฎาคม 2564 เนื่องจากปัจจัยลบมีอิทธิพลมากกว่าปัจจัยบวก ได้แก่ มาตรการลดภาระค่าครองชีพของรัฐ โดยเฉพาะการลดค่าเล่าเรียน-ค่าธรรมเนียมการศึกษา ค่ากระแสไฟฟ้า และค่าน้ำประปา ประกอบกับราคาสินค้ากลุ่มอาหารสดบางชนิดมีราคาลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนค่อนข้างมาก โดยเฉพาะข้าว เนื้อสัตว์ ผักสด และผลไม้สด นอกจากนั้น ราคาสินค้าในกลุ่มพลังงานแม้จะยังขยายตัวต่อเนื่อง แต่เป็นอัตราที่ชะลอลงจากเดือนที่ผ่านมา ขณะที่สินค้าอื่นๆ บางชนิดมีราคาสูงขึ้น โดยเฉพาะไข่ไก่และเครื่องประกอบอาหาร และบางชนิดราคาทรงตัว ซึ่งเคลื่อนไหวสอดคล้องกับสถานการณ์ ส่งผลให้เงินเฟ้อในเดือนนี้ปรับลดลง

ทั้งนี้ เทียบการเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้าและบริการเดือนสิงหาคม 2564 กับสิงหาคม 2563 พบว่า สินค้าที่ใช้ในการคำนวณเงินเฟ้อ มีราคาสูงขึ้น 20.4 รายการ ไม่เปลี่ยนแปลง 71 รายการ และลดลง 155 รายการ

นายวิชานันท์กล่าวต่อว่า ส่วนเงินเฟ้อพื้นฐาน (หักอาหารสดและพลังงานออกแล้ว) เดือนสิงหาคมปีนี้ ขยายตัว 0.07% เป็นการชะลอตัวลงจากเดือนก่อนหน้าที่ขยายตัว 0.14 % ส่งผลให้เฉลี่ย 8 เดือน 2564 เงินเฟ้อทั่วไปสูงขึ้น 0.73% เทียบช่วงเดียวกัน แม้เงินเฟ้อเดือนสิงหาคมลดลง แต่เครื่องชี้วัดเศรษฐกิจสำคัญที่เกี่ยวข้องหลายตัวยังมีสัญญาณที่ดี อาทิ ดัชนีราคาผู้ผลิต ขยายตัว 4.9% และดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง ขยายตัว 8.8% ซึ่งปัจจัยเสริมหนึ่งคือการส่งออกไทยยังขยายตัวได้ดี

นายวิชานันท์กล่าวต่อว่า ในเดือนตุลาคม สนค.จะประกาศตัวเลขคาดการณ์เงินเฟ้อปี 2564 ใหม่ จากเดิมกรอบบวก 0.7-1.7% ค่ากลางอยู่ที่ 1.2% โดยมีแนวโน้มลด ซึ่งแยกเป็น 2 ด้าน คือ 1.เงินเฟ้อขยายแค่ 0.7-0.8% หากรัฐบาลต่อมาตรการลดค่าครองชีพถึงสิ้นปีนี้ ทั้งกระแสไฟฟ้าและค่าน้ำประปา รวมถึงมาตรการอื่นๆ 2.เงินเฟ้อขยายตัว 0.9-1.0% หากรัฐไม่มีการต่อมาตรการลดค่าครองชีพประชาชน รวมถึงปรับให้สอดคล้องกับตัวแปรต่างๆ คือ การขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ได้ปรับลดลง เดิมอิงโต 0.7-1.5% ทิศทางราคาน้ำมันสูงขึ้นเดิมคาดไว้ 60-70 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และอัตราแลกเปลี่ยนที่ค่าบาทอ่อนค่าลง จากเดิมประเมินไว้ 30-32 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

“แนวโน้มเงินเฟ้อเดือนกันยายน น่าจะขยายตัวในระดับไม่สูงมากนัก ขึ้นกับปัจจัยรัฐต่ออายุมาตรการลดค่ากระแสไฟฟ้าและค่าน้ำประปา เพิ่มเงินช่วยเหลือต่างๆ ราคาพลังงานทรงตัวหรือลดลงเล็กน้อยจากการเพิ่มกำลังการผลิตของผู้ผลิตโลก สถานการณ์โควิด-19 เริ่มคลี่คลาย และราคาพืชผักผันผวนจากภาวะอากาศ ส่วนการคลายล็อกยังไม่มีผลโดยตรงต่อเงินเฟ้อเพิ่ม โดยประเมินว่าเงินเฟ้อทั้งปีนี้ไม่น่าจะเกิน 1% และเมื่อมาตราการรัฐหมดลงในปีหน้าเงินเฟ้อก็จะสูงขึ้นอีกครั้ง” นายวิชานันท์กล่าว

Advertisement