นายธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดเผยว่า กยท.ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในโครงการยางพาราประชารัฐ กับบริษัท สยามฟอร์เรสแมเนจเม้นท์ จำกัด ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทเอกชนที่ให้ความร่วมมือสนับสนุนเกษตรกรชาวสวนยางในการเพิ่มมูลค่าในการขายไม้ยาง และผลิตภัณฑ์จากไม้ยางทั้งในและต่างประเทศ พร้อมรับซื้อไม้ยางพาราที่เหลือใช้จากการผลิตเฟอร์นิเจอร์ เช่น กิ่ง แขนง ราก เศษขี้เลื่อย เป็นต้น เพื่อนำมาใช้เป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตแท่งเชื้อที่สะอาด อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ซึ่งจะทำให้เกษตรกรชาวสวนยางมีรายได้เพิ่มจากการส่งขายไม้ยางพาราและวัสดุไม้อื่นๆ ทั้งหมดได้อีกทางหนึ่งด้วย นอกจากนี้ กยท.ยังได้เริ่มดำเนินการฝึกอบรมให้แก่เกษตรกร จำนวน 250 คน ในพื้นที่ 4 จังหวัด คือ ระนอง ประจวบคีรีขันธ์ สุราษฎร์ธานี และชุมพร เพื่อสนับสนุนส่งเสริมและถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่เกษตรกร ตั้งแต่การปลูก การกรีด และการโค่นยางพารา โดยให้ทุกกระบวนการเป็นไปตามมาตรฐานไม้ยางพาราเพื่อการส่งออก คือ เอฟเอสซีและพีอีเอฟ เพื่อเพิ่มโอกาสส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศนอกเหนือจากตลาดจีนมากขึ้น อาทิ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สหรัฐอเมริกา และสหภาพยุโรป (อียู) ซึ่งจะเป็นการยกระดับราคาไม้ยางให้สูงขึ้นจากปัจจุบันไร่ละ 20,000-30,000 บาท เป็นไร่ละ 70,000-80,000 บาท
“ปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกไม้ยางพาราประมาณ 400,000 ไร่ ซึ่งเมื่อเทียบราคาไม้ยางในปัจจุบันที่อยู่ระดับไร่ละ 20,000-30,000 บาท มูลค่ารวมของตลาดไม้ยางจะอยู่ที่ 8,000-12,000 ล้านเท่านั้น แต่หากเกษตรกรสามารถยกระดับมาตรฐานไม้ยางให้ผ่านมาตรฐานเอฟเอสซีและพีอีเอฟได้ จะช่วยให้ราคาไม้ยางเพิ่มขึ้นเป็นไร่ละ 70,000-80,000 บาท หรือคิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 28,000-32,000 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น” นายธีธัชกล่าว

