นางไดอาน่า บาลอฟคล็อช นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสที่ประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน) หรือ อังค์ถัด เปิดเผยรายงานการค้าและการพัฒนา 2559 โดย อังค์ถัด ที่โรงแรมดุสิตธานี ว่า สภาวะภาพรวมของเศรษฐกิจของโลกในเวลานี้ กำลังอยู่ในสภาวะที่ยากขึ้น โดยภาพรวมของเศรษฐกิจโลกติดลบ 2.5% ประเทศพัฒนาแล้วติดลบ 1.5% และประเทศกำลังพัฒนาติดลบ 2% ซึ่งในส่วนของภาพรวมเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงให้ ยังพบว่ามีการเติบโตดีอยู่ในอัตราเฉลี่ย 4% ทั้งนี้ในส่วนสาเหตุที่ทำให้สภาวะเศรษฐกิจในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไม่ดีเท่าที่ควร เนื่องจากพฤติกรรมของบริษัทใหญ่ๆในเวลานี้มีกำไรมากขึ้นแต่มีการลงทุนน้อยลง นอกจากนี้ภาวะหนี้ครัวเรือนยังอยู่ในอัตราเฉลี่ยที่สูงโดยเฉพาะประเทศไทยกับมาเลเซีย ซึ่งเป็น 2 ประเทศที่มีอัตราหนี้ครัวเรือนสูงที่สุดในภูมิภาค
นายศุภชัย พานิชภักดิ์ อดีตเลขาธิการที่ประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน) หรือ อังค์ถัด กล่าวว่า การค้าและการลงทุนจากอดีตถึงปัจจุบันตามหลักการแล้วจะเป็นในลักษณะเมื่อมีการลงทุนพอได้กำไรแล้ว จากนั้นก็จะนำกำไรไปลงทุนต่อเนื่อง แต่พฤติกรรมบริษัทใหญ่ๆในเวลานี้กลับไม่ยอมลงทุนทั้งที่รัฐบาลออกมาตรการต่างๆมาช่วยเศรษฐกิจและทำให้บริษัทใหญ่ๆได้กำไรมากขึ้นก็ตาม ซึ่งสาเหตุที่ทำให้บริษัทใหญ่ไม่ยอมลงทุน มาจากการพฤติกรรมการประกอบธุรกิจสมัยใหม่อยู่ในลักษณะผู้ถือหุ้นเป็นใหญ่แทนที่เจ้าของ ซึ่งจะห่วงผู้ถือหุ้นมากยิ่งขึ้น จึงไม่เน้นการลงทุน แต่ต้องการที่จะสามารถจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นได้ ซึ่งในกรณีดังกล่าวส่วนตัวเห็นว่าต้องเร่งเปลี่ยนกระบวนการคิดเช่นนี้ เนื่องจากหากมีการลงทุนและการผลิตอย่างจริง ก็จะทำให้เกิดนวัตกรรมต่างเกิดขึ้น เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจ และจะทำให้ภาพรวมของเศษรฐเดินต่อไปได้ดีขึ้น

