เปิดเมือง ‘ตะวันออก’ กระตุ้น ศก.-ท่องเที่ยว
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เดินเครื่อง โครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 3 จำนวน 2 ล้านสิทธิ ซึ่งรัฐบาลจะสนับสนุนค่าโรงแรม 40% ให้คูปองอาหาร 600 บาทต่อคืน และสนับสนุนค่าตั๋วเครื่องบิน40% ในการเดินทางท่องเที่ยว
ส่วน โครงการทัวร์เที่ยวไทย จำนวน 1 ล้านสิทธิ ที่รัฐสนับสนุนวงเงินสูงสุด 5,000 บาท ในการซื้อแพคเกจท่องเที่ยวผ่านบริษัททัวร์ ซึ่งปัจจุบันทั้ง 2 โครงการมีกรอบเงินกู้คงเหลือ 10,988 ล้านบาท จากเราเที่ยวด้วยกัน 5,958 ล้านบาท และทัวร์เที่ยวไทยที่ยังไม่ได้เริ่มอีก 5,000 ล้านบาท
ขณะนี้จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ชะลอตัวลงและรัฐบาลได้ผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ ททท.คาดว่าในเดือนตุลาคมนี้ การเดินทางจะสามารถกลับมาเริ่มต้นใหม่ได้และเกิดการท่องเที่ยวมากขึ้น เช่นเดียวกับภาคการท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคตะวันออก บรรดาภาคธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว ต่างออกมาเรียกร้องเพื่อหวังขับเคลื่อนพื้นที่ท่องเที่ยวและเศรษฐกิจควบคู่กับการป้องกันโควิด-19
โดย นายอนุชา เทียนชัย ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เขต 9 เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดจันทบุรี ได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมมาตรการรองรับด้านการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นการผลักดันให้พนักงานในธุรกิจท่องเที่ยวเข้าถึงการฉีดวัคซีน และยกระดับมาตรฐาน SHA และ SHA PLUS เพื่อสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยว ซึ่งยังมีสถานประกอบการท่องเที่ยวที่เข้า SHA และ SHA PLUS ในภาคตะวันออกค่อนข้างน้อย ถือเป็นโอกาสทองในการเปิดเมืองท่องเที่ยว โดยเฉพาะที่เกาะช้าง จ.ตราด และพื้นที่ใกล้เคียง แต่ยังพบว่าการเข้าถึงวัคซีนยังไม่ครอบคลุม จึงอยากให้เร่งฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้กับประชาชนโดยเร็วและทั่วถึง และพยายามหาวัคซีนตัวเลือกเข้ามาเพื่อฉีดให้กับผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวทั้งหมด
ขณะที่การดีเดย์ผ่อนคลายมาตรการโควิดมองว่าเสี่ยง แต่ไม่ลองก็ไม่รู้ หากปล่อยไปก็จะทำให้ผู้ประกอบการย่อยสลายและสูญหายไปเรื่อยๆ ไม่มีโอกาสฟื้นตัว และส่งผลไปยังระบบสังคม ไม่ว่าจะเกิดปัญหาครอบครัว การเงินและมิจฉาชีพที่มากขึ้น ดังนั้น การเปิดจึงต้องใช้ความระมัดระวัง ห้ามหลุดมาตรฐาน เพราะโอกาสที่จะฟื้นตัวจะยิ่งยากขึ้น และมองว่าหากประชาชนได้รับการฉีดวัคซีนเกินร้อยละ 70 การเปิดเมืองและเดินหน้าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว เนื่องจากสถานประกอบการท่องเที่ยวเรียนรู้ที่จะปรับตัว สร้างมาตรฐานและมีความพร้อมในการเปิดรับนักท่องเที่ยว
ถึงแม้ตอนนี้ธุรกิจท่องเที่ยวพยายามพยุงตัวเองให้รอดจากโควิดมานานเกือบ 2 ปี จึงอยากให้รัฐบาลมองผู้ประกอบการท่องเที่ยวให้ลึกซึ้ง เนื่องจากกิจการนี้ลงทุนมาก จึงต้องการการเยียวยาที่เหมาะสม เช่น เรื่องของประกันสังคม และเงินเยียวยาสถานประกอบการ ซึ่งที่ผ่านมาแทบจะไม่ได้รับการช่วยเหลือ ต้องช่วยเหลือตัวเองมาโดยตลอด รวมถึงการเข้าถึงสินเชื่อและความช่วยเหลือต่างๆ ยากมาก
ขณะที่ นายชายพงษ์ นิยมกิจ ประธานหอการค้าจังหวัดจันทบุรี กล่าวว่า ในพื้นที่ภาคตะวันออก โดยส่วนตัวมองว่าเกาะช้าง จ.ตราด เหมาะสมที่สุดที่จะรับไม้ต่อภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ส่วนจังหวัดจันทบุรี ซึ่งเป็นเมืองแห่งอัญมณีและการผลิตผลไม้ ทั้งทุเรียน มังคุด ลำไย ทำการส่งออกสร้างเม็ดเงินมหาศาล เห็นว่าควรเปิดเมืองเพื่อให้เกิดการซื้อขาย เนื่องจากวงการอัญมณีเป็นสินค้าพิเศษที่ผู้ซื้อและผู้ขายต้องมาพบกันเพื่อตรวจสอบสินค้าและตลาดหดตัวไปมากกว่าร้อยละ 70 หากเป็นไปได้ สถานการณ์โควิด-19 ดีขึ้น สามารถเปิดเมืองเปิดประเทศ เชื่อว่าวงการอัญมณีจันทบุรีจะกลับมาได้เหมือนเดิมภายในไตรมาส 3 ของปีหน้า เนื่องจากความต้องการของตลาดต่างประเทศยังสูง
ขณะที่สถานการณ์การท่องเที่ยว ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวเข้ามาพักในจังหวัดเพียงร้อยละ10 เท่านั้น ทำให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวต้องประคับประคองธุรกิจไม่ให้ปิดตัวลง โดยเริ่มต้นทำ Hospitel ในสถานประกอบการโรงแรม และได้หารือกับผู้ว่าราชการจังหวัด ในการเปิดเมืองเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวโดยมั่นใจว่าจันทบุรียังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวจะกลับมา และเชื่อมั่นว่าสถานการณ์จะดีขึ้นภายในไตรมาส 3 ของปี 2565 อย่างไรก็ตาม ทางออกเดียวในวิกฤตโควิดคือ การเร่งฉีดวัคซีนในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ รวมถึงจังหวัดท่องเที่ยวในภาคตะวันออกซึ่งการกระจายวัคซีนให้ทั่วถึงทุกกลุ่มจะช่วยลดผลกระทบต่างๆ ได้มากที่สุด โดยหอการค้าจันทบุรีได้ให้ความร่วมมือกับภาครัฐเพื่อประคับประคองเศรษฐกิจ ด้วยการจับมือองค์กรพันธมิตร จัดหาวัคซีนทางเลือกซิโนฟาร์มมาฉีดให้ประชาชน จำนวน 3,000 คน ทั้งในกลุ่ม 608 ผู้ประกอบการในจังหวัด และแรงงานภาคการเกษตร ทั้งคนไทยและต่างด้าว ที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนอย่างทั่วถึงจึงอยากเรียกร้องให้ภาครัฐจัดหาและฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มนี้อย่างทั่วถึง ที่คาดว่ามีมากกว่า 20,000 คน ยังไม่สามารถเข้าถึงการฉีด เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เดินหน้าต่ออย่างไม่มีอุปสรรค
ส่วน นายอดิศร ถาวรวิริยะนันท์ นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวจันทบุรี ระบุว่านักท่องเที่ยวหายไปจากระบบมากถึงร้อยละ 90 หลังเจอวิกฤตโควิด-19 มาเกือบ 2 ปี สถานประกอบการ ธุรกิจท่องเที่ยว ร้านอาหารและของที่ระลึก ต่างต้องปรับตัวเพื่อพยุงธุรกิจและดูแลพนักงาน ถึงขั้นต้องเฉือนเนื้อตัวเองหลายระลอก ทางออกที่ดีที่สุดคือการที่รัฐบาลต้องจัดหาวัคซีนมาฉีดให้กับประชาชนให้มากที่สุด ไม่เว้นแม้แต่แรงงานต่างด้าวหรือชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในประเทศไทย เนื่องจากทุกคนช่วยขับเคลื่อนการทำงานและเศรษฐกิจการท่องเที่ยวได้ แต่ปัจจุบันกลุ่มนี้ยังไม่สามารถเข้าถึงวัคซีนได้ จึงอยากขอให้รัฐเร่งจัดหาวัคซีนและฉีดให้ประชาชนทุกกลุ่มอย่างทั่วถึง เพื่อรอวันเปิดเมืองและการท่องเที่ยวจะเดินหน้า
โดยทางสมาคมได้วางแผนงานในการโปรโมตการท่องเที่ยวของจันทบุรีเอาไว้แล้ว พร้อมเปิดสถานที่ท่องเที่ยวแนวใหม่ ผลักดันให้สถานประกอบการท่องเที่ยว วางแผนการตลาดและโปรโมชั่น ดึงนักท่องเที่ยว และเข้าสู่มาตรฐาน SHA และ SHA PLUS เกินร้อยละ 70 ซึ่งขณะนี้เรากำลังเดินหน้าทำงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวควบคู่ไปกับการรักษามาตรฐานป้องกันโควิด-19 อย่างเคร่งครัด ดังนั้น แนวทางการสกัดกั้นหรือล้างโควิด-19 ให้หมดสิ้นคงทำไม่ได้ โลกจึงเริ่มเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับโควิด-19 โดยไม่ต้องล็อกดาวน์ปิดตายเศรษฐกิจ และต้องเปิดเมืองเพื่อให้ประชาชนใช้ชีวิต เดินทางท่องเที่ยว และอยู่ร่วมกับโรคนี้ให้ได้

