‘ดีอีเอส-ดีป้า’ พร้อมร่วม WORLD EXPO 2020 DUBAI 1 ต.ค.-31 มี.ค.65 กระตุ้นศก.-สร้างเชื่อมั่นต่อนักลงทุนทั่วโลก

‘ดีอีเอส-ดีป้า’ พร้อมร่วม WORLD EXPO 2020 DUBAI 1 ต.ค.-31 มี.ค.65 โชว์ศักยภาพด้านเทคโนโลยีของไทย กระตุ้นศก.-สร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนทั่วโลก

เมื่อวันที่ 15 กันยายน นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยในงานแถลงข่าวพร้อมของอาคารแสดงประเทศไทย ในงาน World Expo 2020 Dubai ว่า กระทรวงดีอีเอส โดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้เป็นตัวแทนในการดำเนินงานพาประเทศไทยเข้าร่วมงาน WORLD EXPO 2020 DUBAI ภายใต้แนวคิดหลัก เชื่อมความคิด สร้างอนาคต: CONNECTING MINDS, CREATING THE FUTURE หรือการสะท้อนให้เห็นถึงการขับเคลื่อนให้เกิดความก้าวหน้า ด้วยการเชื่อมโยงผู้คน องค์กร และประเทศต่างๆ เข้าไว้ด้วยกัน งานครั้งนี้มีสมาชิกเข้าร่วมทั้งหมด 192 ประเทศ โดยการเข้าร่วมงานของประเทศไทยกระทรวงดีอีเอส ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานพันธมิตร ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในการพัฒนาเนื้อหานิทรรศการ ตลอดจนสร้างสรรค์กิจกรรมที่น่าสนใจในหลากหลายรูปแบบที่จะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาจัดแสดง ณ อาคารแสดงประเทศไทย ตลอด 6 เดือน ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2564 จนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2565 ณ เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

“การเข้าร่วมงาน World Expo 2020 Dubai ในครั้งนี้ นอกจากการจัดแสดงทางวัฒนธรรมประเพณี เพื่อดึงดูดความสนใจจากผู้เข้าชมงานแล้ว ยังถือเป็นโอกาสอันดีที่ประเทศไทยจะได้ใช้เวทีอันทรงเกียรติแห่งนี้ สร้างความเชื่อมั่นให้นานาชาติได้เห็นถึงศักยภาพ และความพร้อมด้านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลของประเทศไทย การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล การพัฒนาด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล รวมถึงระบบการแพทย์และสาธารณสุขของไทย ตลอดจนกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวของประเทศ ซึ่งจะนำไปสู่โอกาสใหม่ในการพลิกฟื้นเศรษฐกิจของประเทศ ผ่านการค้า การลงทุน และการสานต่อความสัมพันธ์อันดีกับประเทศสมาชิกที่เข้าร่วมงาน” นายชัยวุฒิ กล่าว

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส)
นายซาอีฟ อับดุลลา มูฮัมหมัด คัลฟาน อัลชัมซี เอกอัครราชทูตสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ประจำประเทศไทย

ด้าน นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ในฐานะ Commissioner General of Section for Thailand Pavilion กล่าวว่า งาน World Expo 2020 Dubai เป็นมหกรรมใหญ่ติด 1 ใน 3 ของโลก สำหรับอาคารแสดงประเทศไทยได้พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด การขับเคลื่อนสู่อนาคต (Mobility for the Future) นำเสนอนโยบายการขับเคลื่อนประเทศที่ร้อยเรียนเรื่องราวผ่านนิทรรศการทั้ง 4 ห้อง ได้แก่ ห้องที่ 1: Thai Mobility จัดแสดงเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์จำลองและราชรถจำลอง ให้ความรู้เกี่ยวกับการเดินทางของคนไทยในอดีต ห้องที่ 2: Mobility of Life นำเสนอภาพยนตร์แอนิเมชัน สะท้อนให้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรืองของประเทศไทยจากอดีตถึงปัจจุบัน ห้องที่ 3: Mobility of the Future นำเสนอภาพยนตร์แอนิเมชัน 360 องศา เพื่อแสดงภาพในอนาคตของประเทศไทยที่ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อผลักดันประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีดิจิทัลในภูมิภาค และ ห้องที่ 4: Heart of Mobility นำเสนอภาพยนตร์สั้น บอกเล่าเรื่องราวเสน่ห์ของประเทศไทยในหลากหลายมิติ ที่สร้างความประทับใจให้ชาวต่างชาติเดินทางมาเยี่ยมเยือน ทำธุรกิจ หรือใช้ชีวิตในประเทศไทย

นอกจากนี้ ยังมีส่วนของร้านอาหารไทยให้ผู้เข้าชมงานได้ลิ้มรสความอร่อยของอาหารไทยแท้ และร้านขายของที่ระลึกที่คัดสรรสินค้าดีมีคุณภาพจากประเทศไทยร่วมสร้างความประทับใจ ส่วนบริเวณด้านหน้าอาคารมีเวทีกิจกรรมจัดแสดงศิลปวัฒนธรรมไทยร่วมสมัย ภายใต้แนวคิด “Thai iconic: ความเป็นไทยสู่สายตานานาชาติ” และอาคารแสดงประเทศไทยยังมีนิทรรศการ และกิจกรรมพิเศษ จากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนมาหมุนเวียนมาร่วมจัดแสดงตลอด 6 เดือนอีกด้วย

นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส)

สำหรับความคืบหน้าการก่อสร้างอาคารแสดงประเทศไทยนั้น คณะทำงานได้ทุ่มเท วางแผน และติดตามความพร้อมมาอย่างต่อเนื่อง ยืนยันในความพร้อมของอาคารแสดงประเทศไทย โดยในปลายเดือนกันยายนนี้ จะมีการทดลองระบบ (Test Run) ของอาคารแสดงประเทศไทย เพื่อเตรียมเปิดต้อนรับผู้เข้าชมงานอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ตุลาคม 2564

“เราทำงานอย่างมีความพร้อม และมีแผนรองรับ ในกรณีที่ต้องแก้ไขปัญหา สามารถดำเนินการผ่านพ้นได้ด้วยดี เพราะทุกฝ่ายให้ความร่วมมือ อีกทั้ง ยังได้รับความสนใจจากประเทศเจ้าภาพอย่างมาก เพราะมีการดำเนินการที่รวดเร็ว มีผลงานที่เป็นรูปธรรมกว่าประเทศอื่น ดังนั้น แม้จะประสบปัญหาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด จึงสามารถฝ่าฟันมาได้ ภายใต้งบประมาณที่ได้รับการจัดสรร” นางสาวอัจฉรินทร์ กล่าว

ขณะที่ นายณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า กล่าวว่า การจัดงาน World Expo 2020 Dubai ในครั้งนี้เป็นการจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในตะวันออกกลาง และถือเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยเข้าร่วมการจัดงานโดยมีพันธมิตรภาคเอกชนร่วมสนับสนุน ได้แก่ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ บีดีเอ็มเอส บริษัท ดั๊บเบิ้ล เอ (1991) จำกัด (มหาชน) บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือเอ็นที บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) กลุ่มธุรกิจ TCP โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา บริษัท ปูนซีเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) Sea ประเทศไทย ไทยฮับ โดยบริษัท ดีวี 8 จำกัด (มหาชน) บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส และ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เป็นต้น

“การจัดงานครั้งนี้ยอมรับว่าไม่ง่าย มีอุปสรรคในหลายจุดของการดำเนินงาน ตั้งแต่การรับผิดชอบงานระดับโลกในระหว่างที่ดีป้าเป็นหน่วยงานน้องใหม่ การจัดสรรงบประมาณ และสถานการณ์โควิด ที่ทำให้งานต้องเลื่อนออกไปถึง 1 ปีเต็ม ซึ่งดีป้ามองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นความท้าทาย และเราก็ผ่านมาได้และเกิดเป็นความภูมิใจอย่างยิ่งที่จะได้เป็นตัวแทนในการนำถ่ายทอดความเป็นไทยให้แก่คนทั่วโลกได้เห็นผ่านเวทีโลกในครั้งนี้” นายณัฐพล กล่าว

นายณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า)

นายณัฐพล กล่าวว่า ทั้งนี้ ประเทศเจ้าภาพมีการประเมินตัวเลขผู้เข้าร่วมงานครั้งนี้ อยู่ที่ 15 ล้านคน โดยมียอดการรับชม 25 ล้านครั้ง เนื่องจากพื้นที่การจัดงานที่กว้างใหญ่ รวมถึงเนื้อหาภายในงานมีความน่าสนใจ จึงไม่สามารถรับชมสิ่งต่างๆ ได้โดยรอบเพียงครั้งเดียว ดังนั้น ผู้ที่สนใจจึงต้องเข้าชมงานในครั้งต่อไปอีก และจากตัวเลขดังกล่าว ประเทศไทยประเมินว่า 30% จากยอดผู้เข้าร่วมงาน หรือคิดเป็นประมาณ 5 ล้านคน เข้าชมอาคารแสดงประเทศไทย โดยมียอดการรับชม 10 ล้านครั้ง

“จากยอดผู้เข้าร่วมงาน และการรับชมอาคารแสดงประเทศไทย ด้วยนิทรรศการที่ภูมิใจนำเสนออย่างมาก หวังให้นักท่องเที่ยวเพียง 3 แสนคน หรือไม่ถึง 10% เกิดความประทับใจ กระทั่งตัดสินใจเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย ซึ่งคาดว่าจะก่อให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจประมาณ 3,000 ล้านบาท จากนักท่องเที่ยวที่เดินทางท่องเที่ยวแบบธรรมดา โดยมีการใช้จ่ายที่ 100 เหรียญสหรัฐต่อวัน ทั้งนั้ ยังไม่รวมถึงมูลค่าทางเศรษฐกิจจากนักท่องเที่ยวที่มีอำนาจในการจับจ่าย ซึ่งสนใจในอุตสาหกรรมใหม่ อาทิ การให้บริการด้านสุขภาพ อีกทั้ง มูลค่าในการเจรจาธุรกิจอีก 500 ล้านบาทด้วย” นายณัฐพล กล่าว

นอกจากความร่วมมือจากหลายภาคส่วนแล้วยังได้รับความร่วมมือจากกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่าง กลุ่มดิจิทัลสตาร์ทอัพที่จะนำเทคโนโลยีดิจิทัลสัญชาติไทยมาช่วยเติมเต็มผ่านการแสดงความพร้อมของประเทศไทยให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นในทุกมิติ และต้องขอบคุณคนไทยทุกคนที่ร่วมสนับสนุนและร่วมให้กำลังใจ #ทีมไทยแลนด์ ในการจัดกิจกรรมที่อาคารแสดงประเทศไทยผ่านทาง Facebook: depa Thailand และ expo2020dubaithailand ตลอดมา พร้อมเชิญชวนคนไทยทุกคนร่วมติดตามความเคลื่อนไหวและเป็นกำลังใจให้อาคารแสดงประเทศไทยในงาน World Expo 2020 Dubai ได้ที่ Facebook, Instagram และ YouTube: expo2020dubaithailand หรือ https://expo2020dubaithailand.com

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘หมอทวีศิลป์’ ย้ำแม้ตัวเลขผู้ติดเชื้อลดลง แต่การ์ดต้องสูง นั่งทานอาหารต้องระวัง เชื้อสามารถฟุ้งได้
บทความถัดไปรัศมีแข เล่า 20 นาทีที่มีความสุขกับการได้เรียกพ่อ แม้ได้คุยแค่โทรศัพท์