แม้กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ได้เปลี่ยนชื่อไปเป็นกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน โดยมี พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่รักษาการกระทรวงดีอี เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
แต่ยังเป็นที่สงสัยของในภาคส่วนต่างๆ นอกจากจะปรับโครงสร้าง เพิ่มหน่วยงานใหม่ ซึ่งยังไม่มีใครสามารถออกมาการันตีได้ว่าจะเป็นแนวทางที่ดีหรือไม่ รวมถึงการแต่งตั้งเจ้ากระทรวงฯคนใหม่อย่างเป็นทางการ จนถึงขณะนี้ยังไร้วี่แววว่าใครจะมารับไม้ต่อจาก นายอุตตม สาวนายน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที ที่มีความเป็นไปได้สูงที่จะไม่กลับคืนสู่เก้าอี้ตัวนี้อีก
สำหรับโครงสร้างของกระทรวงดีอี พล.อ.อ.ประจินอธิบายว่าหลังจากการเปลี่ยนสถานะมาจากกระทรวงไอซีที ตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน จะมีการเปลี่ยนแปลง ประกอบด้วย 1.สำนักงานรัฐมนตรี 2.สำนักงานปลัดกระทรวง 3.กรมอุตุนิยมวิทยา 4.สำนักงานสถิติแห่งชาติ และ 5.สำนักงานดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมที่ตั้งขึ้นใหม่ ซึ่งมีสถานะเป็นกรม เพื่อทำหน้าที่เป็นสำนักงานเลขานุการของคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
“ส่วนหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ และองค์การมหาชน ยังคงอยู่ใต้การกำกับดูแลของกระทรวงดีอีตามเดิม ประกอบด้วย บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด หรือ ปณท สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือซิป้า สำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ สรอ. และสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ สพธอ. โดยจะมีเพียงศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ที่ย้ายไปอยู่ใต้สังกัดของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย” พล.อ.อ.ประจินระบุ
พล.อ.อ.ประจินบอกถึงในส่วนของซิป้าว่า กำลังอยู่ในแผนการปรับเปลี่ยนครั้งสำคัญ
เร็วๆ นี้จะเปลี่ยนสถานะใหม่ ซึ่งจะจัดตั้งขึ้นใหม่เป็นสำนักงานส่งเสริมดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจขึ้นมาแทน เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของการดำเนินงาน โดยในส่วนบุคลากรต่างๆ องค์กรให้เหมาะสมกับงานมากยิ่งขึ้น ซึ่งกระทรวงดีอีจะมีการประเมิน หากพบว่ามีบุคลากรใดมีความสามารถไม่เหมาะสมกับภารกิจในหน่วยงาน จะมีฝึกอบรมเพิ่มเติมหรือโยกไปอยู่หน่วยงานอื่นที่เหมาะสมกับความสามารถแทน
“หลังจากนี้เป็นต้นไปในระยะเวลา 1 เดือน ทางกระทรวงดีอี จะเดินหน้าประชาสัมพันธ์กับสาธารณชน รวมทั้งทำความเข้าใจกับหน่วยงานต่างๆ ที่กระทรวงดีอีต้องมีการติดต่อ หรือทำสัญญาต่างๆ ให้เป็นตามความถูกต้องของตัวกฎหมาย เนื่องจากหลังจากนี้ชื่อหน่วยงานต้องเปลี่ยนไป” พล.อ.อ.ประจินกล่าว
นายปิยะบุตร บุญอร่ามเรือง รองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ให้ความเห็นว่า จากกรณีที่กระทรวงดีอี มีการปรับโครงสร้างใหม่ภายหลังจากเปลี่ยนชื่อกระทรวง เช่น การเพิ่มสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ส่วนตัวเห็นว่าการปรับโครงสร้างดังกล่าว เดิมทีภารกิจของหน่วยงานใหม่น่าจะครอบคลุมอำนาจหน้าที่ภายใต้สำนักงานปลัดกระทรวงดีอีอยู่แล้ว แต่การที่มีการตั้งหน่วยงานใหม่อาจจะช่วยในเรื่องของการกำหนดทิศทางของหน่วยงานให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น
“ข้อเสียเดียวของกระทรวงดีอี ภายหลังการเปิดตัวของชื่อกระทรวงฯใหม่ คือจนถึงขณะนี้กระทรวงดีอียังไม่มีการระบุแผนการดำเนินงานที่ชัดเจนว่าภายหลังการทำงานไปแล้วระยะเวลาเท่าใดจะมีผลงานอะไรออกมาบ้าง หรือในช่วงระยะเวลาจากนี้กระทรวงดีอีจะต้องทำอะไรบ้าง” นายปิยะบุตรกล่าว และว่า ในส่วนการเปิดตัวของกระทรวงดีอีที่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีผู้มาทำหน้าที่ในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี เมื่อมองผ่านๆ อาจดูเหมือนเป็นเรื่องที่ไม่สง่างาม แต่การที่มี พล.อ.อ.ประจินนั่งในตำแหน่งรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี กลับเป็นเรื่องดีและมีน้ำหนักมากขึ้นในการขับเคลื่อนภารกิจต่างๆ ของกระทรวง เพราะเนื่องจาก พล.อ.อ.ประจินเป็นผู้อยู่ในตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีขอบเขตของอำนาจมากกว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ อีกทั้งก่อนหน้านี้ พล.อ.อ.ประจินก็เป็นรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับกระทรวงไอซีทีจนมาถึงกระทรวงดีอีอยู่ก่อนแล้ว จึงมีความเข้าใจในภารกิจต่างๆ ของกระทรวงดีอีเป็นอย่างดี
ขณะที่ นายสืบศักดิ์ สืบภักดี อาจารย์และนักวิจัย ด้านโทรคมนาคม ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ บอกว่า การเปิดตัวของกระทรวงดีอีที่เกิดขึ้นนี้ ในภาพรวมเห็นว่ายังไม่สง่างามเท่าที่ควร ยังไม่ 100% ถ้าให้สมบูรณ์ควรจะต้องมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอีอย่างเป็นทางการมารับตำแหน่ง ซึ่งทางนักลงทุนหรือภาคประชาชนเองก็กำลังติดตามอย่างใกล้ชิดว่าใครจะมานั่งในตำแหน่งรัฐมนตรีเจ้ากระทรวง เพราะตัวบุคคลที่จะมานั่งจะสะท้อนให้เห็นถึงการสร้างความเชื่อมั่น และเป็นที่ยอมรับในระยะยาวหรือไม่ ส่วนตัวเห็นว่าคุณสมบัติที่เหมาะสมของผู้มารับหน้าที่ ควรเป็นผู้ที่มีความรู้ด้านไอซีที รวมไปถึงแผนงานเดิมที่นายอุตตมวางไว้ได้ จากนี้จึงต้องจับตาว่านายกรัฐมนตรีจะเลือกใครเข้ามาทำหน้าที่
สำหรับการที่ในช่วงเปิดตัวกระทรวงใหม่ยังไม่แต่งตั้งรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการ ส่วนตัวเห็นว่าอาจมีความเป็นไปได้ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี อาจรอประกาศพร้อมกับการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครั้งใหม่ แต่การที่มี พล.อ.อ.ประจินมาทำหน้าที่รักษาการ ถือเป็นการแต่งตั้งที่ตรงจุด เพราะเดิม พล.อ.อ.ประจินเป็นรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับกระทรวงไอซีทีอยู่ก่อนแล้วจึงมีความเข้าใจในแผนงานเป็นอย่างดี ประกอบกับรากฐานแผนงานต่างๆ ที่นายอุตตมได้เคยวางไว้ก่อนหน้านี้ก็มีความชัดเจนแล้วเช่นกัน
นายสืบศักดิ์กล่าวถึงในส่วนโครงสร้างใหม่ของกระทรวงดีอีว่าเป็นไปในแนวทางที่ถูกต้องแล้ว คือมีการลดความซ้ำซ้อนของงานลง และรวบหน่วยงานที่ทำงานในลักษณะเดียวกันให้มาอยู่ด้วยกัน เช่นศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ จากเดิมอยู่ใต้การกำกับดูแลของกระทรวงไอซีที ก็มีการย้ายไปอยู่กับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย เนื่องจากทั้ง 2 หน่วยงานมีหน้าที่ดำเนินงานไปในทิศทางเดียวกัน
“ทั้งนี้ส่วนตัวยังติดใจอยู่ คือการที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ที่มีสถานีเป็นองค์กรอิสระ ต้องไปอยู่ภายใต้คณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม อาจหมายถึง กสทช. หมดความเป็นองค์กรอิสระลง และในทางอ้อมอาจจะต้องไปอยู่ใต้กระทรวงดีอี ที่มีสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม” นายสืบศักดิ์กล่าวทิ้งท้าย

