ดีพร้อม มุ่งฮับปั้นคลัสเตอร์ช่วยธุรกิจไทย โกยรายได้ให้เอสเอ็มอี1,200ล.

ดีพร้อม มุ่งฮับปั้นคลัสเตอร์ช่วยธุรกิจไทย โกยรายได้ให้เอสเอ็มอี1,200ล.

นายณัฐพล รังสิตพล อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม(กสอ.) หรือดีพร้อม เปิดเผยว่า ปี 2565 ดีพร้อม<span;>ตั้งเป้ายกระดับบทบาทดีพร้อม จากผู้เชื่อมโยงในการประสานผู้ประกอบการให้เกิดการรวมตัวในแต่ละกลุ่ม สู่การเป็นศูนย์กลางหรือ ฮับ ด้านการให้ความช่วยเหลือกลุ่มผู้ประกอบการในทุกสาขาอุตสาหกรรม ใช้ศักยภาพของหน่วยงาน เชื่อมโยงจากกลุ่มพันธมิตร ได้แก่ ศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรม 4.0 ซึ่งกระจายอยู่ในศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมทั้ง 12 แห่งทั่วประเทศ ยกระดับกระบวนการทางธุรกิจ
นอกจากนี้ยังมี ศูนย์ออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ให้บริการด้านการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ให้แต่ละคลัสเตอร์เพิ่มมูลค่าให้แก่ธุรกิจ รวมทั้ง เครือข่ายส่งเสริมเอสเอ็มอี ให้คำปรึกษาปัญหาทางธุรกิจแบบครบวงจร มีผู้เชี่ยวชาญอยู่ในเครือข่ายดังกล่าวกว่า 250 คน รวมทั้งศูนย์สนับสนุนและช่วยเหลือเอสเอ็มอี

“นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้สั่งการให้ ดีพร้อม เร่งพัฒนาการรวมกลุ่มอุตสาหกรรม ดังนั้นหลังจากนี้จะสนับสนุนการรวมกลุ่มคลัสเตอร์เพิ่มอีก 34 กลุ่ม จากปัจจุบัน 123 กลุ่ม เป้าหมายจะครอบคลุมกว่า 680 กิจการ แบ่งเป็น คลัสเตอร์เกษตรอุตสาหกรรม 30 กลุ่ม และคลัสเตอร์อุตสาหกรรมเป้าหมาย 4 กลุ่ม คาดว่าจะเพิ่มมูลทางเศรษฐกิจได้ไม่ต่ำกว่า 1,200 ล้านบาท”นายณัฐพลกล่าว

นายณัฐพล กล่าวว่า สำหรับในปี 2564 ดีพร้อมสามารถพัฒนาคลัสเตอร์ รวม 29 กลุ่ม รวมอยู่ใน คลัสเตอร์รวม 123 กลุ่มแล้ว แบ่งเป็น คลัสเตอร์เกษตรอุตสาหกรรม จำนวน 25 กลุ่ม ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ อาทิ คลัสเตอร์น้ำผึ้ง กาแฟ เกษตรแปรรูป ผลไม้แห่งขุนเขา และคลัสเตอร์อุตสาหกรรมเป้าหมาย 4 กลุ่ม ได้แก่ คลัสเตอร์การแพทย์ครบวงจร พื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล และจังหวัดเชียงใหม่ หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ และดิจิทัล ผลสำเร็จจากมาตรการได้เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 1,200 ล้านบาท

นายชัยสันท์ หิรัญสาลี ประธานคลัสเตอร์อุตสาหกรรมสมุนไพร จังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า คลัสเตอร์อุตสาหกรรมสมุนไพร เป็นกลุ่มที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับสมุนไพร ครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการต้นนํ้าจนถึงปลายนํ้า สมาชิกทุกคนจะเชื่อมโยงถึงกันตลอด ไม่เพียงแต่การแบ่งปันวัตถุดิบให้กัน แต่ยังรวมไปถึงการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ไม่ทอดทิ้งสมาชิกคนใดไว้ข้างหลัง โดยจังหวัดสุราษฎร์ธานีถือเป็นหนึ่งในแหล่งปลูกสมุนไพรที่ดีที่สุดในโลก จึงต้องการผลักดันให้ผลิตภัณฑ์ของสมาชิกภายในกลุ่มมีคุณภาพ มีมาตรฐาน พร้อมผลักดันให้สมุนไพรไทยไปสร้างชื่อเสียงในตลาดในต่างประเทศ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘นุ้ก สงขลา’ กด ‘เช็ค นครนายก’ สบาย 4-1 ทะลุชิงสนุ้กอีมิแน้นท์แอร์
บทความถัดไปโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ‘พิมพ์เพ็ญ เวชชาชีวะ’ เป็นศาสตราจารย์ พร้อมอีก 22 ราย