เฉลียงไอเดีย : ‘โน้ต-วิเศษ รังษีสิงห์พิพัฒน์’ ผุดแบรนด์‘NOLA’..ลุยธุรกิจซุปเปอร์ฟู้ดส์ ตั้งโจทย์คนไทยสุขภาพดี..เลิกทานยาแทนอาหาร

“โน้ต-วิเศษ รังษีสิงห์พิพัฒน์” เมื่อเอ่ยชื่อชายหนุ่มคนนี้ ในสังคมไทยก่อนหน้านี้เชื่อว่าส่วนใหญ่จะนึกถึง ทายาทธุรกิจไลท์ติ้ง หรือแฟนไฮโซ ซุป’ตาร์ ดารา

แต่หากได้รู้จักหรือสัมผัสตัวตนของคุณโน้ต จะรู้ว่ามีดีกว่าที่เห็น

ปัจจุบัน คุณโน้ตกำลังมุ่งมั่นกับธุรกิจของตัวเอง ที่ไม่ได้ต่อยอดจากธุรกิจของครอบครัว ในกลุ่มบริษัท เรเซอร์การไฟฟ้า (ประเทศไทย) จำกัด แต่ดำเนินธุรกิจกลุ่มเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ภายใต้แบรนด์ “NOLA” บริษัท โนล่า ซุปเปอร์ฟู้ดส์ จำกัด โดยเงินทุนตั้งต้นไม่ใช่เงินกงสี แต่เป็นเงินส่วนของคุณโน้ตเอง

“เริ่มทำธุรกิจมาประมาณ 2-3 ปี ด้วยความตั้งใจอยากให้คนไทยได้รู้จักอาหารซุปเปอร์ฟู้ดส์มากขึ้น จากที่ในต่างประเทศเป็นที่นิยมทานกันมาเกือบ 10 ปีแล้ว เพราะถือเป็นอาหารที่มีสุดยอดสารอาหาร สกัดมาจากผัก-ผลไม้ตามธรรมชาติ” คุณโน้ต เล่าถึงธุรกิจที่ทำอยู่ตอนนี้

“โนล่า เปิดตัวผลิตภัณฑ์แรกที่ทำตลาดในไทย คือ อาซาอิ เบอร์รี่ ซึ่งเป็นเบอร์รี่ตระกูลสีม่วง มีเฉพาะในป่าอะเมซอน ประเทศบราซิล ถือเป็นเบอร์หนึ่งซุปเปอร์ฟู้ดส์ที่โด่งดังเป็นที่ยอมรับจากทั่วโลกว่ามีสารต้านอนุมูลอิสระสูงที่สุดของผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ เรียกได้ว่าเป็น The Best Anti-ageing ถือเป็นอาหารผิวที่ดีที่สุดในโลก”

คุณโน้ตบอกว่า ทำตลาดมา 3 ปีกว่า เริ่มจากขายผ่านออนไลน์ก่อนเพื่อทดลองตลาด ผลตอบรับดี จึงรู้สึกว่าเทรนด์มาแล้ว คนไทยสนใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น เริ่มตั้งแต่สนใจออกกำลังกาย ตามมาด้วยเรื่องการรับประทานที่ใส่ใจคุณประโยชน์มากขึ้น จึงเริ่มขยายสินค้ากลุ่มซุปเปอร์ฟู้ดส์ออกมามากขึ้นเรื่อยๆ ตัวล่าสุดคือเครื่องดื่มมานูก้า ฮันนี่ วัตถุดิบนำเข้าจากนิวซีแลนด์ และยังมีผลิตภัณฑ์อาหารเสริมกลุ่มซุปเปอร์ฟู้ดส์อีกหลายไอเท็ม อาทิ สาหร่าย คลอเรลล่า, วิตามินซีสกัดจากซุปเปอร์ฟู้ดส์ 4 ชนิด และน้ำมันอะโวคาโด สกัดเย็น เป็นต้น

อดไม่ได้ต้องถาม ทำไมต้องแตกหน่อมาทำธุรกิจของตัวเอง คุณโน้ตบอกว่าส่วนตัวเป็นคนสนใจเรื่องการออกกำลังกาย ชอบวิ่งออกกำลังกายในสถานที่ต่างๆ ทั่วโลกที่มีโอกาสได้ไป ประกอบกับคุณพ่อป่วยด้วยโรคมะเร็ง ต้องใส่ใจอาหารการกินเป็นพิเศษ มีการสรรหาวิธีการกินหลากหลาย และก่อนหน้านั้นคุณพ่อมีปัญหาด้านสุขภาพอยู่แล้วคือ คอเลสเตอรอลสูง ต้องทานยาแต่ก็ไม่ได้ช่วยมากนัก คุณโน้ตจึงเริ่มศึกษาจริงจังเรื่องการดูแลสุขภาพผ่านสิ่งที่รับประทานเข้าไปในร่างกาย สังเกตว่าคนต่างประเทศในแถบอเมริกา ยุโรปจะไม่ทานวิตามินสังเคราะห์ หากอยากได้วิตามินอะไรให้ร่างกาย เช่น วิตามินซี ก็จะหาผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงมาทาน หลังจากนั้นเกิดเทรนด์การเลือกทานวิตามินซีจากสารสกัดผลไม้ที่ให้วิตามินซีสูง อย่าง อาซาอิ เบอร์รี่,
ซีบัคธอร์น ซึ่งมีข้อดีคือสามารถทานได้ต่อเนื่องทุกวัน ร่างกายซึบซาบได้ง่ายและปลอดภัย ต่างจากวิตามินสังเคราะห์ที่มีข้อห้ามการทานติดต่อกันเป็นเวลานาน เพราะจะให้ผลเสียต่อร่างกาย

จึงเกิดแนวคิดอยากให้คนไทยมีวิถีการกินที่มีประโยชน์มากขึ้น ตัดสินใจทำตลาดซุปเปอร์ฟู้ดส์ โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของผู้บริโภค ด้วยการนำเข้าวัตถุดิบที่เป็นของดีที่สุดของแต่ละประเทศทั่วโลกเข้ามา อย่างผลอาซาอิ เบอร์รี่ ที่นำเข้าจากบราซิลใช้กรรมวิธีฟรีซดราย สกัดเย็นภายใน 48 ชั่วโมง หลังเก็บเกี่ยว เพื่อให้ได้ผลสดใหม่คงคุณค่าสารอาหารที่สุด เมื่อนำมาแปรรูปเป็นผงแล้วจะบรรจุในแคปซูลวีแกนแทนแคปซูลที่เป็นเจลาตินทำจากวัว เพื่อการดูดซึมง่ายไม่มีสารตกค้างในร่างกาย

“ผมมั่นใจว่า ผลิตภัณฑ์แบรนด์โนล่า เป็นเจ้าแรกที่ใช้แคปซูลวีแกน ซึ่งมีต้นทุนแพงกว่า แต่ยอมเพราะเน้นเรื่องออร์แกนิค ธรรมชาติ 100% เมื่อเรามุ่งทำสินค้าซุปเปอร์ฟู้ดส์ ทุกอย่างต้องเป็นของดีจริงๆ แม้ต้นทุนจะแพง อย่างการตั้งชื่อบริษัท เป็นความตั้งใจอยากให้คนไทยนึกถึง ซุปเปอร์ฟู้ดส์ ต้องนึกถึง ‘โนล่า’ เป็นแบรนด์แรก”

คุณโน้ต ขยายความเพิ่มเติมการแตกธุรกิจสู่สินค้าอุปโภคบริโภค ยังมีอีกหนึ่งเหตุผลคือความสนใจอยากทำธุรกิจ คิดมาตลอดตั้งแต่เรียนจบเพราะโดนปลูกฝังจากคุณพ่อที่คอยแนะตลอดในช่วงวัยเรียน เป็นการปูทางชีวิตไว้ให้ระดับหนึ่ง

เมื่อเรียนจบ เริ่มต้นทำธุรกิจยังเป็นการต่อยอดจากที่บ้าน เป็นธุรกิจสายไฟซึ่งมีลูกค้ารองรับอยู่แล้ว แต่เนื่องจากเป็นธุรกิจที่ไม่สามารถผลักดันสู่ระดับ Global ได้ จึงมาที่ธุรกิจคอนซูเมอร์ ที่สเกลไปสู่ระดับประเทศ ระดับ Global ได้ ที่บ้านทั้งพ่อ-แม่ พี่ชายและพี่สาวก็สนับสนุน จึงตัดสินใจวางมือธุรกิจเดิมซึ่งระบบอยู่ตัวแล้วเพื่อลุยธุรกิจใหม่แบบเต็มตัว

เปรียบเทียบธุรกิจต่อยอดจากที่บ้าน กับธุรกิจที่กรุยทางเอง คุณโน้ตบอกว่า ต่างกันมาก “เรียกว่านับศูนย์กันเลย แต่คิดว่าเป็นตลาดที่ท้าทายและสอนอะไรๆ เยอะ เพราะช่วงที่เริ่มทำธุรกิจ เปิดตัวสินค้าตัวแรกเป็นช่วงที่ธุรกิจสื่อมีการปรับเปลี่ยนจากการดิสรัปชั่นของดิจิทัล เปลี่ยนแลนด์สเคปครั้งใหญ่สู่ออนไลน์ และยังเป็นจังหวะที่เกิดเหตุการณ์ครั้งสำคัญที่สุดของประเทศ การสวรรคตของในหลวง ร.9 ทีวีทุกช่องต้องปรับโทนสีเป็นขาว-ดำ และอารมณ์คนไทยขณะนั้นโฟกัสเพียงเรื่องเดียว ดังนั้น การทุ่มโฆษณาผ่านสื่อทีวี จึงไม่ใช่คำตอบ เป็นบทเรียนแรกที่ทำให้ผมเข้าใจการทำตลาดมากขึ้น ผมถือว่าเป็นความท้าทาย สอนวิชาการตลาดของจริงให้”

ถือว่าผ่านหลักสูตรการตลาดแล้ว แผนธุรกิจที่ตั้งใจทำต่อไป คุณโน้ตบอกว่า ผลิตภัณฑ์ของโนล่าถือว่าทำตลาดได้ครอบคลุมระดับหนึ่ง แต่ยังเข้าไม่ถึงผู้บริโภคทุกระดับ โจทย์ที่ตั้งไว้คือทำอย่างไรให้ผู้บริโภคทุกระดับเข้าถึงซุปเปอร์ฟู้ดส์ เรื่องราคาถือว่าสำคัญ ช่องทางจำหน่ายก็สำคัญต้องขยายกว้างขึ้น ทั้งไฮเปอร์มาร์เก็ต ซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายยา และที่มองไว้คือเข้าไปจำหน่ายสาขาร้าน 7-11 เพื่อเข้าถึงกลุ่มคนออฟฟิศ และยังมีแผนจะขยายสินค้าจากกลุ่มเฮลธ์ ขยับสู่กลุ่มเฮลธ์ บิวตี้

ถามว่า เซเลบฯลูกคนรวยในเมืองไทย มักทำธุรกิจทางลัด ซื้อลิขสิทธิ์สินค้า-แบรนด์ดังมาเปิดสาขาในไทย คุณโน้ตบอกว่า เพราะที่บ้านทำธุรกิจที่เริ่มต้นตั้งแต่ศูนย์ขึ้นมา เพื่อเป็นเจ้าของสินค้านั้นอย่างแท้จริง จึงอยากปั้นธุรกิจด้วยตัวเอง ซึ่งลุยงานเองทุกอย่าง ตั้งแต่ลุยขายของเอง ดูสถานที่ ดูงานด้านสื่อสารและอื่นๆ

วกมาถามเรื่องส่วนตัวที่ครั้งหนึ่งคุณโน้ตเป็นที่รู้จักของสังคมไทยในฐานะแฟนดาราดัง รู้สึกอึดอัด-เครียดหรือไม่ คุณโน้ตตอบสั้นๆ แต่ได้ใจความชัด “ผมมองว่าเป็นเรื่องเล็กๆ ที่ใครจะมองให้เป็นอะไร ไฮโซ หรืออื่นๆ แต่ด้วยความเป็นจริง คนคนนั้นก็เป็นคนธรรมดาทั่วไป ผมไม่ได้นำสิ่งนี้มาคิดเท่าไร แต่จะแคร์คนรอบตัวมากกว่า ส่วนคำว่า เครียด ผมมองว่าดีกรีแต่ละคนไม่เท่ากัน อย่างผมเครียดทุกวัน แต่จะเครียดเฉพาะเรื่องตรงหน้า จบแล้วจบ เป็นวิธี deal ความคิดของตัวเอง และมีวิธีผ่อนคลาย สำหรับผมแค่ 2 เรื่อง ออกกำลังกาย และทำอาหารกิน”

ถามต่อว่า อะไรคือเรื่องยากที่สุดในชีวิต คุณโน้ตบอกว่า การปรับ mindset ไม่ให้เป็นเรื่องยาก เช่น การเริ่มทำธุรกิจของตัวเองที่ไม่มีพื้นฐานมาก่อน อาศัยความชอบส่วนตัวอย่างธุรกิจคอนซูเมอร์ เมื่อทำแล้ว fail ถามว่ารู้สึกหรือไม่ ก็รู้สึก หลังจากนั้นลุยต่อ ปรับ mindset แก้เรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย “ทุกวันนี้ ผมไม่รู้สึกว่ามีอะไรที่ยาก หรืออะไรที่ทำให้เครียด ยกเว้นเรื่องเดียว เรื่องสุขภาพ ถ้าพัง มันแก้ไม่ได้”

ถามถึงสถานการณ์ปัจจุบัน โควิด-19 ยังไม่ไปไหน ช่วยให้ทำตลาดง่ายขึ้นหรือไม่ คุณโน้ตกล่าวตอบได้น่าคิด เมื่อโควิดมา ก็มีสินค้าสุขภาพตามมามากมายหลายแบรนด์ ซึ่งการทำธุรกิจของโนล่าจะเน้นเรื่องซุปเปอร์ฟู้ดส์ ไม่ได้เคลมเรื่องโควิด แต่จะเน้นที่แก่นของสินค้า เพราะแม้โควิดผ่านไปแล้ว ซุปเปอร์ฟู้ดส์ยังอยู่ ช่วยเรื่องสุขภาพให้ยืนยาว

“ความตั้งใจทำซุปเปอร์ฟู้ดส์ ผมอยากเห็นการทานอาหารแทนยา ไม่ใช่สุดท้ายต้องทานยาแทนอาหาร”

เกษมณี นันทรัตนพงศ์

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้อาศรมมิวสิก : ชีวิตนักดนตรีในสังคมที่ขาดพื้นฐาน ลำบากเมื่อมีโควิดระบาด
บทความถัดไปอาจารย์ศิลปากรเผยภาพถ่ายรัฐประหาร 19 กันยา บนบอร์ดข่าวสารสถานีรถไฟโตเกียว 15 ปีก่อน