นางหิรัญญา สุจินัย เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ขณะนี้มีนักลงทุนไทยและบริษัทคนไทยแสดงความสนใจลงทุน และหลายรายยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนแล้ว โดยเฉพาะด้านการวิจัยและพัฒนา และไบโอเทคโนโลยี รวมทั้งมีแนวโน้มที่บริษัทของคนไทยจะขยายการลงทุนในกลุ่มนี้เพิ่มมากขึ้น ล่าสุดบีโอไอได้เก็บข้อมูลนักลงทุนไทย พบว่ามีบริษัทคนไทยอีกหลายรายที่จะยื่นขอรับส่งเสริมกิจการในกลุ่มวิจัยและพัฒนา เป็นกิจการที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มแก่ภาคอุตสาหกรรม อาทิ กิจการวิจัยพัฒนาชิ้นส่วนยานยนต์สำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ของบริษัท วีราออโตโมทีฟ จำกัด เงินลงทุน 5 ล้านบาท และกิจการวิจัยพัฒนารถโดยสารขนาดใหญ่พลังงานไฟฟ้า ของบริษัท ไทยยานยนต์ไฟฟ้า จำกัด เงินลงทุน 40 ล้านบาท และกิจการวิจัยพัฒนาเครื่องจักรที่ใช้ในการหล่อโลหะแบบใหม่ ของบริษัท กิสโค จำกัด เงินลงทุน 5.5 ล้านบาท
นางหิรัญญากล่าวว่า นอกจากนี้มีกิจการวิจัยพัฒนาในกลุ่มกิจการวิจัยพัฒนาสูตรเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด มีลูกค้าเป็นบริษัทผู้ผลิตเครื่องสำอางชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ กิจการวิจัยพัฒนากระบวนการคัดเลือกและผลิตเมือกหอยทาก เพื่อนำไปผลิตผลิตภัณฑ์บำรุงผิวของบริษัท สยามสเนล จำกัด เงินลงทุน 22 ล้านบาท รวมทั้งกิจการวิจัยพัฒนาในกลุ่มยาก็มีหลายโครงการ อาทิ กิจการวิจัยพัฒนาสายพันธุ์แบคทีเรียเพื่อใช้ในการผลิตวัคซีนป้องกันการติดเชื้อไอกรน ของบริษัท ไบโอเนท เอเชีย จำกัด เงินลงทุน 1.2 ล้านบาท กิจการวิจัยพัฒนาวัคซีนรวมหรือวัคซีนสูตรผสมที่ใช้เทคโนโลยีชีวภาพ อาทิ วัคซีนป้องกันโรคบาดทะยัก และวัคซีนป้องกันโรคคอตีบ ของบริษัท ไบโอเนท เอเชีย จำกัด เงินลงทุน 2.78 ล้านบาท
สำหรับกิจการของคนไทยในกลุ่มเทคโนโลยีชีวภาพ ที่ได้รับส่งเสริมการลงทุน อาทิ บริษัท สยามไบโอซาย จำกัด ผลิตยาชีววัตถุปลอดเชื้อจากแบคทีเรียและเซลล์สัตว์เพื่อใช้ในการรักษาโรคมะเร็ง โรครูมาตอยด์ โรคภูมิแพ้ และโรคสะเก็ดเงิน เงินลงทุน 330 ล้านบาท นอกจากนี้ บริษัท สยามไบโอซาย จำกัด ยังมีกิจการเทคโนโลยีชีวภาพเพื่อผลิตตัวทำปฏิกิริยาชีวภาพ จากแบคทีเรีย จากเซลล์สัตว์ และสารละลายที่ใช้ในเทคโนโลยีชีวภาพ เงินลงทุน 27 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยลดการนำเข้าตัวทำปฏิกิริยาทางชีวภาพจากต่างประเทศ โครงการในกลุ่มการผลิตอาหารสัตว์ โดยบริษัท เอส พี เอ็ม อาหารสัตว์ จำกัด ลงทุน 70 ล้านบาท เพื่อวิจัยและพัฒนาการผลิตอาหารสัตว์หมักที่ใช้เทคโนโลยีชีวภาพ ช่วยลดการใช้ยาปฏิชีวนะในการเลี้ยงสัตว์ของวงการปศุสัตว์ในประเทศไทยด้วย และจะส่งผลดีต่อประชาชนผู้บริโภคเนื้อสัตว์ นอกจากนี้มีบริษัท โรงงานเภสัชกรรม เกร๊ทเตอร์ฟาร์ม่า จำกัด ผู้ผลิตยาแผนปัจจุบัน ได้ยกระดับไปสู่กิจการสเต็มเซลล์ หรือการเก็บรักษาเซลล์ต้นกำเนิดเพื่อให้นำไปใช้ประโยชน์ต่อเจ้าของเซลล์ในอนาคต เงินลงทุน 26 ล้านบาท

