เปิดจองพรุ่งนี้! ‘เอ็กซ์สปริง ดิจิทัล’ ปั้น ‘สิริฮับ โทเคน’ ลงทุนขั้นต่ำ 10 บาท ชูผลตอบแทนกว่า 8%

‘เอ็กซ์สปริง ดิจิทัล’ ปั้น ‘สิริฮับ โทเคน’ จ่อขาย 21 ก.ย.นี้ ลงทุนขั้นต่ำ 10 บาท ชูผลตอบแทนกว่า 8%

นายอัฏฐ์ ทองใหญ่ อัศวานันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็กซ์สปริง ดิจิทัล จำกัด ในเครือของเอ็กซ์สปริง แคปปิตอล ผู้ให้บริการระบบเสนอขาย โทเคนดิจิทัล (หน่วยข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่สร้างขึ้นเพื่อกำหนดสิทธิของบุคคลในการร่วมลงทุน) ในประเทศไทย หรือ ICO Portal เปิดเผยว่า บริษัทได้ออก โทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนสิริฮับ (การระดมทุน) ตัวแรกของประเทศไทย ที่สำนักงานคณะกรรมการหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) อนุญาตให้เสนอขายต่อประชาชน ในราคาเสนอขายที่ 10 บาทต่อโทเคน ใช้วิธีชำระเงินก่อนจะได้รับจัดสรรก่อน (First Come First Served) และเสนอขายจำกัดที่ 240 ล้านโทเคน วงเงินระดมทุน 2,400 ล้านบาท

นายอัฏฐ์กล่าวว่า โทเคนดิจิทัลดังกล่าว อ้างอิงกับกระแสรายรับจากโครงการอสังหาริมทรัพย์คุณภาพ ที่มีมูลค่าโครงการระดับพันล้านบาท ได้แก่ สิริ แคมปัส สำนักงานใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) และมีจุดเด่นในการลงทุนที่ทุกคนเข้าถึงได้ เกิดขึ้นภายใต้วิสัยทัศน์ของกลุ่มเอ็กซ์สปริง ที่มุ่งในการสร้างระบบนิเวศในการลงทุน (Ecosystem of investment) ที่สมบูรณ์ที่สุด เพื่อสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับผู้ลงทุนไทยทุกกลุ่มในทุกระดับรายได้ ให้สามารถเข้าถึงโลกการเงินและการลงทุนได้สะดวกทุกที่ทุกเวลาด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยกำหนดราคาขั้นต่ำในการจองซื้อไว้เพียง 10 บาท แต่มีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่เหนือกว่าดอกเบี้ยเงินฝากในปัจจุบัน

“โทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนสิริฮับจะถือเป็นต้นแบบการแปลงสินทรัพย์เป็นโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนของไทยที่จะเข้ามาพลิกโฉมตลาดทุนไทยครั้งประวัติศาสตร์ ซึ่งเอ็กซ์สปริง ดิจิทัลได้ทำงานร่วมกับพันธมิตรและหน่วยงานกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างโอกาสการลงทุนที่น่าสนใจและเป็นไปตามข้อกำหนดเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ลงทุน จึงเชื่อมั่นว่าการเสนอขายโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนสิริฮับครั้งนี้จะได้รับความสนใจจากผู้ลงทุนทุกประเภทอย่างล้นหลาม ด้วยจำนวนผู้ลงทะเบียนผ่านแอพพลิเคชั่น เอ็กซ์สปริง (XSpring) เพื่อรอจองซื้อวันแรกในวันที่ 21 กันยายนนี้ มียอดผู้ลงทุนลงทะเบียนไว้เกินความคาดหมาย” นายอัฏฐ์กล่าว

ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถเลือกลงทุนกับโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนสิริฮับ (SiriHub Token) ได้ทั้ง 2 กลุ่ม ได้แก่ สิริฮับ A (SiriHubA) และสิริฮับ B (SiriHubB) แบ่งเป็น 1.สิริฮับ A (SiriHubA) ผู้ลงทุนจะได้รับส่วนแบ่งรายได้รายไตรมาสไม่เกิน 4.5% ต่อปี และส่วนแบ่งรายได้จากการจําหน่ายทรัพย์สินเมื่อสิ้นสุดโครงการ โดยจะได้รับรายได้ส่วนสุดท้ายจํานวนสูงสุดไม่เกิน 1.6 พันล้านบาทแรก ก่อนผู้ถือโทเคนดิจิทัลสิริฮับ B และ 2.สิริฮับ B (SiriHubB) ผู้ลงทุนจะได้รับส่วนแบ่งรายได้รายไตรมาสไม่เกิน 8% ต่อปี 1 และส่วนแบ่งรายได้จากการจำหน่ายทรัพย์สินเมื่อสิ้นสุดโครงการ โดยจะได้รับรายได้ส่วนสุดท้ายในส่วนที่เกิน 1.6 พันบาทเป็นต้นไป

นายอัฏฐ์กล่าวว่า โทเคนฯสิริฮับ มีกลไกเพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้ลงทุนเต็มรูปแบบจากเอ็กซ์สปริง ดิจิทัล ที่เข้ามาจัดการระบบเสนอขายและบริหารจัดการโทเคนดิจิทัล โดยได้รับความเห็นชอบจาก ก.ล.ต. อีกทั้งยังมีกลไกการคุ้มครองภายใต้โครงสร้างของการมีกองทรัสต์และทรัสตี รวมทั้งกลไกบังคับใช้สิทธิตามสัญญาอัจฉริยะบนเทคโนโลยีบล็อกเชนเทโซสที่ทันสมัยที่สุด ถูกออกแบบมาเพื่อการทำ ICO โดยเฉพาะ ทั้งความเสถียร โปร่งใส และแม่นยำตรวจสอบได้ มีฟีเจอร์ระบบความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดถึง 3 ขั้น ได้แก่ 1.การยืนยันตัวตน (KYC) เพื่อให้ได้รับอนุญาตเข้าสู่บัญชีรายชื่อผู้ที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ (Whitelists) ให้ลงทุนในโทเคนดิจิทัล 2.การเรียกคืน (Clawback) ในกรณีที่ผู้ลงทุนทำโทเคนดิจิทัลสูญหาย ICO Portal สามารถตรวจสอบและเรียกคืนได้ และ 3.การแสดงรายชื่อผู้ลงทุนรายวัน (Dailycap) เก็บรักษาข้อมูลแบบเรียลไทม์ และเผยแพร่ความเคลื่อนไหว โดยไม่เปิดเผยชื่อหรือข้อมูลของผู้ถือโทเคนดิจิทัลเพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัว

นายอัฏฐ์กล่าวว่า สำหรับขั้นตอนการจองซื้อและเสนอขายโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนสิริฮับ จะเสนอขายให้กับประชาชนเป็นครั้งแรก (ICO) โดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายว่า ‘SiriHubA’ เสนอขายจำนวน 160 ล้านโทเคน และ ‘SiriHubB’ เสนอขายจำนวน 80 ล้านโทเคน รวม 240 ล้านโทเคน ที่ราคาโทเคนละ 10 บาท โดยเปิดให้จองซื้อระหว่างวันที่ 21 กันยายน ถึง 4 ตุลาคมนี้ ผ่านแอปพลิเคชัน “XSpring” บนสมาร์ทโฟนได้ตลอด 24 ชม. นอกจากนี้ ยังมีบริษัท อีอาร์เอ็กซ์ จำกัด เป็นผู้ช่วยในการจัดจำหน่ายโทเคนดิจิทัลของผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล โดยบริษัท อีอาร์เอ็กซ์ จำกัด ได้มอบหมายให้บริษัทหลักทรัพย์อีก 4 แห่ง ได้แก่ บล. เคทีบีเอสที บล.ฟินันเซีย ไซรัส บล. กรุงไทย ซีมิโก้ และ บล.เอเซีย พลัส เป็นผู้ช่วยในการขายร่วมด้วย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เผยวิสัยทัศน์ คุณหมอ ผู้ร่วมก่อตั้ง “myHealthGroup” สตาร์ทอัพ น้องใหม่ 
บทความถัดไปจุติ แจงปมตัดเบี้ยผู้สูงอายุให้แค่คนจน เป็นเพียงข้อเสนอคณะทำงาน ชี้หากเพิ่มเบี้ยสูงวัย จะแบกรับไหวไหม