นางสาววิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมขอความร่วมมือโรงงานอาหารสัตว์ ให้รับซื้อเมล็ดข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศไม่ต่ำกว่ากิโลกรัม (กก.) 8 บาท (ความชื้น 14.5%) เมื่อทอนเป็นราคาขายแบบฝักจะอยู่ที่ กก.ละ 3.80-4.00 บาท เป็นราคาที่เกษตรกรอยู่ได้ เพื่อป้องกันไม่ให้ราคาตกต่ำช่วงผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปี 59/60 ที่จะออกสู่ตลาดตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน และคาดว่าภายใน 2 เดือนจะมีผลผลิตออกสู่ตลาดประมาณ 4 ล้านตัน แม้ผลผลิตน้อยกว่าความต้องการของโรงงานอาหารสัตว์ปีละ 7-8 ล้านตัน แต่เมื่อออกพร้อมกันราคาอาจตกต่ำได้
แต่อย่างไรก็ตาม หากโรงงานใดซื้อราคาต่ำกว่าที่ขอความร่วมมือไว้ ให้เกษตรกรมาแจ้ง เพื่อที่กรมเพิ่มมาตรการแก้ปัญหา เช่น อาจกำหนดเป็นราคาแนะนำที่โรงงานต้องรับซื้อ เพราะฝ่าฝืนจะมีโทษตามกฎหมาย ทั้งนี้ประเมินว่าช่วงปลายฤดูราคาจะปรับถึง กก.ละ 9 บาท พร้อมกันนี้ ขอความร่วมมือให้โรงงานอาหารสัตว์ชะลอการนำเข้าข้าวสาลี จนกว่าผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ออกหมดได้หรือประมาณเดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไป โดยรัฐบาลคงไม่สามารถจำกัดปริมาณการนำเข้าข้าวสาลีได้
นางสาววิบูลย์ลักษณ์กล่าวว่า นอกจากนี้ ได้ขอความร่วมมือผู้ประกอบการมันสำปะหลังให้รับซื้อหัวมันสดจากเกษตรกร ที่จะออกสู่ตลาดในราคากก.ละ 1.90 บาท (เชื้อแป้ง 25%) ซึ่งผู้ประกอบการโรงงานมันเส้น และเอทานอล ก็รับปากแล้ว เพราะราคาส่งออกมันเส้นของไทยดีมาก
ส่วนมติคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการมันสำปะหลัง (นบมส.) เมื่อวันที่ 22 กันยายนที่ผ่านมา ได้อนุมัติมาตรการพักชำระหนี้ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง ที่ขึ้นทะเบียนกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 560,000-600,000 ครัวเรือน คาดใช้งบประมาณ 1,400 ล้านบาท รวมถึงมาตรการชดเชยดอกเบี้ยให้เกษตรกร เพื่อชะลอการขุดหัวมัน จะทำให้เกษตรกรมีเงินไปใช้จ่ายในช่วงที่ยังขายผลผลิตไม่ได้ โดยจะนำเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบในสัปดาห์หน้า
สำหรับราคามันสำปะหลัง ขณะนี้ แบบคละ กก.ละ 1.20 บาท ถ้าเชื้อแป้ง 25% อยู่ที่กก.ละ 1.60-1.70 บาท ลดลงจากปีก่อน กก.ละ 2.50 บาท เพราะตลาดส่งออกยังชะลอตัว โดยผลผลิตหัวมันสดปี 2559/60 จะออกสู่ตลาดเดือนพฤศจิกายนนี้เป็นต้นไป คาดผลผลิตทั้งปีประมาณ 31 ล้านตัน

