หุ้นไทยทิ้งตัว ลบ 22.59 จุด ดัชนีถูกปัจจัยกดดันต่างประเทศฉุดแรง

หุ้นไทยทิ้งตัว ลบ 22.59 จุด ดัชนีถูกปัจจัยกดดันต่างประเทศฉุดแรง

วันที่ 20 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานภาวะหุ้นวันนี้ว่า หุ้นเคลื่อนไหวในแดนลบ โดยเปิดตลาดภาคเช้ามาที่ระดับ 1,625.65 จุด ก่อนปิดตลาดภาคบ่ายที่ระดับ 1,603.06 จุด ปรับลดลง 22.59 จุด หรือ 1.39% โดยดัชนีทำจุดสูงสุดที่ระดับ 1,620.72 จุด และทำจุดต่ำสุดที่ระดับ 1,601.16 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่ 85,013.63 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น นักลงทุนสถาบันในประเทศ ขายสุทธิ 4,392.47 ล้านบาท นักลงทุนบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ ขายสุทธิ 1,191.00 ล้านบาท นักลงทุนต่างประเทศ ขายสุทธิ 277.42 ล้านบาท นักลงทุนทั่วไปในประเทศ ซื้อสุทธิ 5,860.89 ล้านบาท

โดยนายณัฐพล คำถาเครือ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัท หลักทรัพย์ (บล.) หยวนต้า (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทย ดัชนีเคลื่อนไหวในแดนลบตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะช่วงท้ายก่อนปิดตลาด สาเหตุเป็นเพราะแรงกดดันจากปัจจัยภายในประเทศเป็นหลัก โดยเฉพาะความกังวลในกรณีของ China Evergrande Group ซึ่งเป็นบริษัทด้านอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่อันดับ 2 ของจีน ได้เริ่มต้นกระบวนการชำระหนี้ให้กับนักลงทุนที่ร่วมลงทุนกับบริษัท ผ่านการให้ส่วนลดสำหรับซื้อสินทรัพย์ของบริษัทที่ประกอบด้วยที่อยู่อาศัย สำนักงาน ร้านค้ารวมถึงลานจอดรถ แทนการชำระด้วยเงินสด ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อการลุกลามจนส่งผลกระทบต่อตลาดที่อยู่อาศัยและสถาบันการเงินในภาพรวมของประเทศ ทำให้นักลงทุนเริ่มกลับมามีมุมมองเชิงลบต่อหุ้นจีนอีกครั้ง รวมถึงมีแรงขายออกมา เพื่อลดความเสี่ยงก่อนทราบผลคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) ในวันที่ 21-22 กันยายนนี้ จึงเห็นตลาดหุ้นต่างประเทศเคลื่อนไหวในแดนลบไม่แตกต่างจากหุ้นไทยด้วย อาทิ ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวลงเฉลี่ย 1.8% ตลาดหุ้นเยอรมัน ติดลบ 2.0%

“นักลงทุนชะลอการลงทุนเพื่อรอผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) โดยเฉพาะการพิจารณาลดวงเงินมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) ประกอบกับค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง กดดันเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ (ฟันด์โฟลว์) ไหลออกจากตลาดหุ้นไทย โดยการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ มีผลทำให้เงินบาทอ่อนค่ามากที่สุดนับตั้งแต่ต้นปี 2564 ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่บริเวณ 33.3 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เข้าใกล้แนว 33.4-33.5 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ทำให้กระแสเงินทุนค่อนข้างเป็นลบต่อภาพรวมตลาดหุ้นไทยในระยะสั้น แต่ถือว่าเป็นบรรยากาศเชิงบวกต่อหุ้นกลุ่มผู้ส่งออก ที่สามารถเข้าซื้อเพื่อเก็งกำไรได้” นายณัฐพลกล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้สกลนครจัดงาน ‘ไหว้สาพญาเต่างอย’ แบบนิวนอร์มอล เชิญชวน นทท.สักการะพญาเต่างอย
บทความถัดไปใครอยากรวยอ่านเลย! ‘หมอกฤษณ์’ แนะเคล็ดลับปลูกไม้มงคลให้รวยแบบไม่รู้เรื่อง