‘มนัญญา’ ประกาศล่ามาเฟียโรงนม จ่อรื้อมติ ครม.ปี 62 ปมให้ อ.ส.ค.เป็นคู่สัญญาซื้อขาย

หาคนปล้นนมเด็กนักเรียน ‘มนัญญา’ ประกาศตามล่า ‘มาเฟียโรงนม’ โดยจะเข้าไปรื้อมติ ครม.ปี 2562 ที่ให้แค่ อ.ส.ค.เป็นคู่สัญญาซื้อขาย ส่วนกรมปศุสัตว์มีหน้าที่แบ่งโควต้าให้เอกชน 70 ราย ตั้งคำถามทำไมไม่ให้สหกรณ์โคนมทั่วประเทศมีสิทธิเข้าร่วม โดยให้กระทรวงศึกษาธิการชี้แจงข้อมูลข้อเท็จจริงเพื่อเคลียร์ปัญหา

หลังจากนางสาวมนัญญาไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยกรณีผู้ประกอบการนมโรงเรียนไม่ยอมส่งนมให้เด็กจาก 17 โรงเรียนในจังหวัดระยอง ซึ่งในข้อมูลบ่งบอกถึงความไม่โปร่งใสในโควต้าของผู้ประกอบการนมโรงเรียน ทำให้องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) เสียหาย เพราะเป็นผู้อนุญาตในการสัปทานการซื้อขาย ล่าสุดวันนี้ (23 กันยายน) นางสาวมนัญญา เปิดเผยเพิ่มเติมเรื่องผู้อยู่เบื้องหลังโควต้าการได้มาซึ่งสัปทาน มีมาเฟียโรงนม ว่าเรื่องนี้ได้รายงานนายกรัฐมนตรีแล้ว นายกรัฐมนตรีให้ทำการตรวจสอบ วันนี้ได้แจ้งให้กับหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องให้เตรียมเอกสารทั้งหมด วันจันทร์ที่ 27 กันยายน 2564 เวลาบ่ายโมง ที่กระทรวง

นางสาวมนัญญากล่าวว่า เรื่องนี้องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ไม่ได้ทำตามลำพัง เพราะเรื่องนี้เป็นมติ ครม.ตั้งแต่ปี 2562 ซึ่งไม่เข้าใจว่าทำไมมติ ครม.ออกมาแบบนี้ เราไม่เข้าใจ ทำไมจะต้องมีสัญญากับ อ.ส.ค. ทำไมไม่ทำสัญญาโดยตรงกัน ทำไมเอา อ.ส.ค.มาเป็นหัว คงเข้าใจว่า อ.ส.ค.เป็นนมที่มีคุณภาพ ก็ต้องซื้อจากนมที่มีคุณภาพ สหกรณ์หนองโพมีสิทธิ สหกรณ์ต่างๆ สามารถเสนอนมโรงเรียนได้ ไม่ใช่มากำหนดว่าจะต้องเป็นอันนี้ เป็นเจ้านี้ และผู้ยื่นเข้าไปขอจากกรมปศุสัตว์เคยเข้าไปตรวจไหม 70 บริษัทเคยเข้าไปตรวจไหม

รมช.เกษตรฯกล่าวต่อว่า เรื่องนี้จะต้องมีกรมปศุสัตว์มาเข้าร่วมประชุมด้วยว่าการเปลี่ยนแปลงมติ ครม. ทำไมถึงมีการเปลี่ยนแปลง ทำไม อ.ส.ค.ต้องเป็นคู่สัญญา และทำไมถึงต้องมาทำเชื่อมให้มาเป็นบริษัทต่างๆ ด้วย การแบ่งโควต้าเป็นกรมปศุสัตว์ และกรมปศุสัตว์ไปตรวจสอบดูไหมว่าการแบ่งโควต้าที่จะได้มาซึ่งเสนอมาแบบนี้คืองบประมาณนี้ให้กับเกษตรกร อันดับ 1 คือเด็กจะต้องมีนมที่มีคุณภาพ และช่วยเหลือเกษตรกรที่เลี้ยงโคนม ซึ่งบอกนมล้นนู่นนี่อะไรต่างๆ แต่เวลาแบ่งโควต้าเคยเข้าไปลงลึกถึงตรงนั้นไหม เคยไปดูไหมว่าคุณภาพของนมที่มาให้กับเด็กเป็นคุณภาพนมขนาดไหน ผลิตอย่างไร มีการเลี้ยงโคขนาดไหน และในกล่องนั้นมีคุณภาพ มีโปรตีน  มีไขมันเท่าไหร่ ถ้าทำการตรวจสอบจริงๆ คือจะต้องล้างกันทั้งระบบเลย ได้ข่าวว่ามาเฟียเยอะ ทั้งมาเฟียนม มาเฟียโรงนม

“มติมันมีการเปลี่ยนแปลงปี 2562 อยากจะรู้นักว่าการเข้าช่วงเวลา การทำช่วงกันนี่ ทำไมต้องผ่านมติ ครม. บริษัทไหนรับ ที่เขาทำๆ กัน ทั่วๆ ไป บริษัทในสัญญาเวลาเขาเขียนจะแยกออกมา อย่างบริษัทรับเหมา สัญญามันต้องเขียนมาบอกเลยว่าสามารถที่จะไปรับช่วงได้นู่นนี่ แต่อันนี้มันเป็น อ.ส.ค. มติ ครม.ออกมาปี 2562 ว่า อ.ส.ค.ซึ่งเป็นผู้ผลิตนมรายใหญ่ระดับประเทศไทยไม่ผสมนมผง แต่วันนี้ อ.ส.ค.เป็นแค่ผู้ทำตามคำสั่งของคณะอนุกรรมการนมโรงเรียน

“มันออกมาเป็นว่า มี อ.ส.ค.ทำสัญญาเดียวในประเทศไทย กรมปศุสัตว์ที่มีตำแหน่งเป็นเลขานุการคณะกรรมการนมโรงเรียนจะมามอบให้กับบริษัทไหนเป็นผู้ประกอบการซื้อขาย อ.ส.ค.ก็มีหน้าที่แค่ว่าขายหัวให้เฉยๆ ประเภทรายหัว เหมือนเอาหัวของ อ.ส.ค.ไป แต่ไปทำสัญญากับใครก็ได้ แล้วแต่กรมปศุสัตว์จะเป็นผู้ไปใส่ในสัญญานั้น” รมช.เกษตรฯกล่าว

นางสาวมนัญญากล่าวเพิ่มเติมว่า ถ้าเกิดมีการฟ้องร้องเมื่อไหร่ โรงเรียนไหนฟ้องร้องจะต้องฟ้องร้องคู่สัญญา แล้วก็ไปฟ้องร้อง อ.ส.ค.ด้วย ซึ่งเป็นภาระหน้าที่ มาเกี่ยวข้องกันไหม อ.ส.ค.มีส่วนได้เสียอะไรกับตรงนี้ เป็นแค่หัวเฉยๆ ทีนี้เรื่องมันต้องแตกออกมา จริงๆ แล้วโรงเรียนจะต้องเป็นคนที่มีผู้ที่อยากจะได้นม สหกรณ์ไหน เจ้าไหนที่มีคุณภาพ โรงเรียนต้องมีสิทธิ ไม่ใช่ให้คนจัดสรรบงการ ดูการจัดสรรนมปีนี้ 30 บริษัท ปีหน้า 40 บริษัท อีกปีหนึ่งขึ้นไป 60 บริษัท และบริษัทที่งอกออกมาก็เป็นบริษัทเก่าๆ หรือวนเวียนอย่างนี้ คือเราก็ไม่ได้ว่าใครนะ แต่เราพูดในทางที่ถูกต้อง

“กระทรวงศึกษาธิการก็ต้องเข้ามาเคลียร์ คือเราต้องคุยกับ ศธ.ด้วยว่า ศธ.ต้องการแบบไหน กระทรวงศึกษาฯ ไปคุยกับโรงเรียนให้มีการฟ้องร้องนมบูด โรงเรียนนั้นๆ จากใครล่ะ คราวนี้ภาพใหญ่ มันจะกลายเป็นภาพเล็ก และถ้ามันจะเกิดขึ้น เราไม่ได้ยึดติดว่าเราคุมหน่วยงานนี้ และต้องมาซื้อของเรา แต่เราให้กระทรวงศึกษาฯ เข้ามาร่วมพิจารณาด้วย ไม่ใช่ว่ามีปัญหานม โรงเรียนหนึ่งมีปัญหา กว่าจะได้เรื่องได้ราว โรงเรียนต้องไปหากระทรวงศึกษาฯ ต้องไปชี้แจงใครว่ามีใครมีความผิด จะต้องไปหา อ.ส.ค. และต้องย้อนกลับมาบริษัทที่ทำสัญญา

“ถามว่ากว่าเด็กจะได้กินนม นมบูดไปถึงไหนแล้ว จริงๆ แล้วกระทรวงศึกษาฯ ต้องเข้ามาดูด้วยเรื่องนี้ ที่เกี่ยวพันคือกระทรวงศึกษาฯต้องเข้ามาดูว่าจะต้องการนมแบบไหน ให้เด็กเป็นผู้เลือกได้ไหม ทุกวันนี้นมเอาไปทิ้ง อยู่ที่ไหนต่อไหน เด็กนักเรียนไม่ได้ดื่มนมที่อร่อย ไม่ได้ดื่มนมตามความต้องการ มันหมดสมัยในการยัดเยียดให้เด็กรับโน่นรับนี่ แล้วต้องถามเด็กว่าเด็กต้องการอะไร เริ่มจากความต้องการดื่มนมนี่แหละ คือสิ่งที่ถูกต้อง”  รมช.เกษตรฯกล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ผู้ว่าฯ ปรับคำสั่งเข้าภูเก็ตทุกช่องทาง ต้องฉีดวัคซีนแล้ว มีผลตรวจโควิดไม่เกิน 7 วัน เริ่ม 1 ต.ค.นี้
บทความถัดไปบช.ไซเบอร์เร่งสอบบัญชี Onlyfans แต่งกายเครื่องแบบตำรวจ ไม่ว่าจริง หรือคอสเพลย์ โดนดำเนินคดีทั้งหมด