นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ กล่าวในงานมอบรางวัล สุดยอดเอสเอ็มอีแห่งชาติครั้งที่ 8 ประจำปี 2559 จำนวน 36 ราย จัดโดยสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(สสว.) ว่า รัฐบาลถือว่าผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม(เอสเอ็มอี) เป็นหัวใจของประเทศ โดยกำหนดเป็นวาระแห่งชาติ ยืนยันว่าไม่เคยทอดทิ้ง ทั้งนี้ในช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมาเอสเอ็มอีเผชิญกับปัญหาการชะลอตัวของเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งภาครัฐได้ร่วมกับทุกหน่วยงานเข้าไปช่วยเหลือและดูแลผ่านมาตรการต่างๆอย่างเต็มที่ อาทิ การปรับลดหย่อนภาษีเงินได้เอสเอ็มอี สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ กองทุนร่วมลงทุน รวมถึงศูนย์ช่วยเหลือผู้ประกอบการ(เอสเอ็มอี เรสคิว เซ็นเตอร์) เพื่อให้ประคับประคองธุรกิจให้ธุรกิจอยู่ได้
นายสมคิดกล่าวว่า นอกจากนี้มาตรการช่วยเหลือด้านต่างๆ รัฐบาลยังต้องการให้เอสเอ็มอีปรับความคิด และปรับเปลี่ยนธุรกิจให้มีผลิตภาพสูงและมีนวัตกรรมเป็นตัวนำ ดังนั้นควรสร้างดีเอ็นเอเพื่อใช้ประกอบธุรกิจ 3 ด้าน ประกอบด้วย 1.การมีทัศนคติไม่ยอมแพ้ ใจสู้ มีความพยายามมุ่งยกระดับการผลิตให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลกสู่ยุคดิจิทัล และอุตสาหกรรม 4.0 ขณะที่2.นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีพัฒนาสินค้า มากกว่าขายสินค้าในปริมาณมาก สู่การเป็นสมาร์ทเอสเอ็มอี และ3.ผู้ประกอบการจะต้องกล้าออกไปลงทุนในต่างประเทศ เนื่องจากเราเป็นส่วนหนึ่งของโลก อย่ากลัวที่จะก้าวเข้าสู่ตลาดโลก โดยต้องการให้เริ่มต้นที่กลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี(กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม) ซึ่งเป็นตลาดเกิดใหม่ที่มีศักยภาพ โดยสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)และกระทรวงอุตสาหกรรมจะต้องนำเอสเอ็มอี ออกไปโรดโชว์ยังต่างประเทศเพิ่มโอกาสและช่องทางการค้า

