พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะอดีตประธานคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณ ภาครัฐ (คตร.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าผลการตรวจสอบสัญญาโครงการผู้ผลิตไฟฟ้ารายใหญ่ (ไอพีพี) ของบริษัท อินดิเพนเดนท์ พาวเวอร์ ดีเวลลอปเมนท์ ซึ่งเป็นการร่วมทุนระหว่างบริษัท กัลฟ์ เอนเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ กับบริษัท มิตซุยแอนด์คัมปะนี (ไทยแลนด์) จำกัด กำลังผลิต 5,000 เมกะวัตต์ ที่มีการร้องเรียนเรื่องการประมูลไม่ได้พิจารณาเรื่องต้นทุนต่ำสุดที่แท้จริง ว่า กระทรวงพลังงานได้ทำหนังสือถึง พล.อ.ชาตอุดม ติตถะสิริ ประธาน คตร. เพื่อขอความชัดเจนว่าจะให้ดำเนินการกับบริษัทดังกล่าวอย่างไรภายในเดือนตุลาคมนี้ เพื่อสร้างความชัดเจนให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) สามารถกำหนดแนวทางการดำเนินงานต่อไปได้ เพราะหาก กฟผ. จะก่อสร้างสายส่งไฟฟ้าตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าดังกล่าว วงเงินลงทุน 7,250 ล้านบาท จะต้องสรุปเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ได้ภายในปลายปีนี้
“คตร.สมัยตนได้หารือกันแล้วพบความไม่ชัดเจน ซึ่งเบื้องต้นเห็นว่าควรยกเลิกครึ่งหนึ่ง แต่เมื่อตนไม่ได้ทำหน้าที่ คตร.แล้ว ก็ต้องขอมติที่ชัดเจนจาก คตร. ชุดปัจจุบันว่าจะดำเนินการอย่างไร แม้เรื่องนี้มีนักลงทุนต่างชาติเข้าร่วมทุนด้วย แต่หากเราชี้แจงปัญหาชัดเจนก็น่าจะเข้าใจได้”พล.อ.อนันตพรกล่าว
สำหรับโครงการดังกล่าวเป็นการประมูลไอพีพีรอบ 3 เกิดขึ้นในสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดประมูลต้นปี 2556 มีผู้เสนอ 9 ราย ใช้วิธีคัดเลือกกลุ่มข้อเสนอราคาค่าไฟเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักภาพรวม 6 ปี จากข้อกำหนดจ่ายไฟฟ้าช่วงปี 2564-2569 ซึ่งกัลฟ์เสนอราคาค่าไฟเฉลี่ยต่อหน่วยตลอดอายุโครงการ 25 ปี ถูกสุดในอัตรา 4.2372 บาทต่อหน่วย ปริมาณไฟฟ้า 5,000 เมะกวัตต์ จำนวน 2 สัญญา ได้แก่ นิคมอุตสาหกรรมโรจนะ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง และนิคมอุตสาหกรรมเหมราช จ.ชลบุรี โดย กกพ. ระบุว่าการเลือกกัลฟ์ ทำให้ประหยัดค่าไฟฟ้าตลอดสัญญาได้ 32,163 ล้านบาท

