“ศักดิ์สยาม” ลุยจัดตั้ง สายการเดินเรือแห่งชาติ มั่นใจมิ.ย.ปีหน้ามีเรือให้บริการแน่1ลำ

“ศักดิ์สยาม” ลุยจัดตั้ง สายการเดินเรือแห่งชาติ มั่นใจมิ.ย.ปีหน้ามีเรือให้บริการแน่1ลำ ชูโมเดลตั้ง 3 บริษัทให้บริการเดินเรือ “ในประเทศ-อีสต์-เวสต์” หวังลดใช้กองเรือต่างชาติ ช่วยส่งเสริมการนำเข้า ส่งออกสินค้า เพิ่มมูลค่าระวางขนส่งสินค้าทางทะเล -พัฒนาศักยภาพบุคลากรพาณิชย์นาวีไทยเพิ่มขึ้น

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการจัดตั้งสายการเดินเรือแห่งชาติ ว่า ภายหลังจากที่รัฐบาลมีนโยบายให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง(ฮับ)ทางโลจิสติกส์ ทางน้ำ และให้กระทรวงคมนาคมเร่งรัดจัดตั้งสายการเดินเรือแห่งชาติรองรับโครงการเชื่อมระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (แลนด์บริดจ์)เพิ่มขีดความสามารถขนส่งทางน้ำของไทยนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและที่ประชุมได้สรุปแผนการดำเนินการจัดตั้งสายการเดินเรือแห่งชาติ(Timeline)แล้วว่า ใน ต.ค. 64 การท่าเรือแห่งประเทศไทย(กทท.)ต้องศึกษาความเหมาะสมการจัดตั้งสายการเดินเรือแห่งชาติ หลังจากนั้นอีก 4 เดือน ภายใน ก.พ.65 ทาง กทท.จะต้องเสนอผลการศึกษาต่อคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง และเสนอ ครม.พิจารณาเห็นชอบ หลังจากนั้น กทท.ต้องจัดตั้งสายการเดินเรือแห่งชาติ และขอใบอนุญาตดำเนินงาน โดยคาดว่าภายใน มิ.ย. 65 สายการเดินเรือแห่งชาติ จะเปิดให้บริการเดินเรือ และมีเรือให้บริการก่อน 1 ลำแน่นอน

นายศักดิ์สยามกล่าวว่า ส่วนรูปแบบของการจัดตั้ง สายการเดินเรือแห่งชาติที่จะจัดตั้งขึ้นนั้น จะมี 3 บริษัทคือ 1.บริษัทเดินเรือในประเทศ ที่จะเปิดให้บริการในบริเวณอ่าวไทยทั้งหมด ซึ่งสายการเดินเรือในประเทศ ทำทำหน้าที่ขนส่งสินค้าจากภาคใต้มาสู่ ภาคกลางและตะวันออก ซึ่งจะช่วยลดปริมาณการจราจรบนท้องถนน ขณะเดียวกันได้ให้ กรมเจ้าท่า (จท.)ไปดูในรายละเอียดในเวลา 30 วัน ในการอนุมัติสร้างท่าเรือ ซึ่งไม่จำเป็นต้องมีท่าเรือทุกจังหวัด ให้มีการจัดเป็นกลุ่มจังหวัด เพื่อลดปัญหาการขนส่งทางบกลง แก้ปัญหาจราจร อุบัติเหตุลดลง เป้าหมายเบื้องต้น คือ ท่าเรือสงขลา เพราะมีท่าเรือ ขณะเดียวกัน ที่ ปราณบุรี มีโรงเหล็ก สหวิริยะ เดิมใช้ขีความสามารถขนส่ง หรือ สลอตแค่ 10% ดังนั้นเหลืออีก 90%ที่จะสามารถมาบริหารจัดการได้

2 บริษัท อีสต์ จำกัด ให้บริการขนส่งสินค้าในทะเลอ่าวไทย ไปยังทะเลฝั่งตะวันออกของภูมิภาค โดยเรือสินค้าจะออกจากท่าเรือแหลมฉบัง ท่าเรือกรุงเทพ และในอนาคตจะให้บริการที่ท่าเรือ แลนด์บริดจ์ ฝั่งทะเลจังหวัดชุมพร ซึ่งเส้นทางขนส่งทางอืสต์ นี้จะเดินทางให้บริการไปทางประเทศ เวียดนาม กัมพูชา เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น จีนตะวันออก กับ 3.บริษัท เวสต์ จำกัด จะให้บริการรับและส่งสินค้า ที่ฝั่งทะเลจังหวัดระนอง โดยจะให้บริการขนส่งสินค้าทางเรือไปยัง กลุ่มประเทศ กรอบความร่วมมือทางวิชาการและเศรษฐกิจระหว่าง 7 ประเทศในภูมิภาคอ่าวเบงกอล ประกอบด้วย บังกลาเทศ ภูฏาน อินเดีย เมียนมา เนปาล ศรีลังกา และไทย (BIMSTEC) ไปอัฟริกา และ ยุโรป

นายศักดิ์สยามกล่าวว่า สำหรับประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นจากการจัดตั้งสายการเดินเรือแห่งชาติ คือจะเพิ่มะวางเรือรองรับการขนส่งสินค้าส่งออก และ นำเข้าของไทย ,ลดการขาดดุลค่าระวางเรือ ลดต้นทุนค่าขนส่งและโลจิสติกส์ ขณะเดียวกันเมื่อมีสายการเดินเรือจะช่วยพัฒนากองเรือไทยและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง เช่น อู่ซ่อมเรือ อู่ต่อเรือ เป็นต้น และยังพัฒนาบุคลากรด้านพาณิชย์นาวีให้มีคุณภาพมากขึ้น ที่สำคัญยังขยายขีดความสามารถในการให้บริการขนส่งทางทะเลเพิ่มขึ้นนอกเหนือจากเดิมที่ให้บริการท่าเทียบเรือ นอกจากนั้นจะลดการพึ่งพากองเรือต่างชาติ กรณีที่มีเหตุจำเป็นต้องขนส่งสินค้าสำคัญโดยเรือไทย และยังสามารถใช้เรือสัญชาติไทยขนส่งสินค้าภาครัฐ หรือ สินค้ายุทธศาสตร์ สินค้าพลังงาน ที่มีผลกระทบต่อความมั่นคง

“กทท.เป็นรัฐวิสาหกิจที่มีกำไร ต่อไปหากมีการทำเรื่องน้ำให้เป็นระบบ จะสามารถสร้างรายได้ เพิ่มขีดความสามารถรัฐวิสาหกิจมากขึ้น ขณะเดียวกัน ได้สั่งการให้ กรมเจ้า กับ กทท. ไปหารือร่วมกันในการตั้งสายการเดินเรือแห่งชาติ เพราะการตั้งต้องขึ้นอยู่กับตลาดด้วย ทางเจ้าท่า ก็ต้องดูไลเซ่นส์ ท่าเรือก็ต้องดูตลาด เปิดเส่นทางให้สอดคล้องซึ่งเมื่อทำแบบนี้ จะช่วยให้การขนส่งทางน้ำ ลดต้นทุน สะดวกมากสุด”นายศักดิ์สยามกล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘ก.ท่องเที่ยวฯ’ ต่ออายุ ‘วีซ่าเอสทีวี’ หวังดึงต่างชาติเที่ยวเพิ่ม หลัง 7 เดือนแรกเข้ามาไม่ถึง 6 หมื่นคน
บทความถัดไป‘นายกฯ’ ยินดี ดิจิทัลไทยพัฒนาก้าวกระโดด ขยับอันดับจาก 63 มา 44 เด่นด้านคุณภาพอินเตอร์เน็ตทั่วโลก