ไทย-อินโด ถกปลดล็อกอุปสรรคส่งออก เล็งธ.ค.ประชุมเจทีซี ครั้งแรกที่กรุงเทพฯ

ไทย-อินโด ถกปลดล็อกอุปสรรคส่งออก เล็งธ.ค.ประชุมเจทีซี ครั้งแรกที่กรุงเทพฯ

ที่กระทรวงพาณิชย์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลัง H.E. Mr.Rachmat Budiman เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินโดนีเซียประจําประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ว่า อินโดนิเซียถือว่าเป็นคู่ค้าลำดับ 3 ของไทยในอาเซียน และเป็นคู่ค้าลำดับ 7 ในโลกของไทย รองจากจีน ญี่ปุ่น อียู สหรัฐฯ มาเลเซีย เวียดนาม

มีการค้าร่วม 2 ฝ่ายช่วง 8 เดือนแรก2564 มูลค่า 347,727 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% โดยสินค้าไทยส่งออกสำคัญ คือ รถยนต์และส่วนประกอบ บวก 65.4% เม็ดพลาสติก บวก 74.7% ผลิตภัณฑ์ยาง บวก 97% อาหารสัตว์เลี้ยง บวก 52% ลำไย บวก 91.8% เครื่องดื่ม บวก 30.9 % ยางพารา บวก 27.6% เป็นต้น ส่วนสินค้าไทยนำเข้า อาทิ น้ำมันดิบ บวก 328% เคมีภัณฑ์ บวก 91.6% เหล็กกับผลิตภัณฑ์เหล็ก บวก 251% ส่วนใหญ่นำเข้าเพื่อการผลิตส่งออก โดย 8 เดือนแรกไทยได้ดุลการค้า 3,248 ล้านบาท

นายจุรินทร์ กล่าวว่า ประเด็นที่ไทยได้หยิบยกในการหารือ คือ ขอให้ท่านทูตช่วยประชาสัมพันธ์สินค้าไทย ที่ได้ขึ้นบนแพลตฟอร์ม blibli.com ของอินโดนีเซียเมื่อวันที่ 22 กันยายนที่ผ่านมา จำนวน 1,863 รายการ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอาหารสุขภาพ ความงามและไลฟ์สไตล์

พร้อมกันนี้ ขอเชิญผู้นำเข้าอินโดนีเซียร่วมกิจกรรม OBM (Online Business Matching ) ของไทย 2 งานสำคัญช่วงนี้คืองานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์ THAIGROOVE วันที่ 23 -26 พฤศจิกายน และงาน Phuket Gems Fest วันที่ 30 พฤศจิกายนถึง 3 ธันวาคม นอกจากนี้ ขอให้ท่านทูต ช่วยรับนัดกรมการค้าต่างประเทศของไทย เพื่อเจรจาขายข้าวและเร่งรัดนำเข้าในอนาคต อีกเรื่องคือขอให้ท่านทูตเร่งรัดการออกวีซ่าให้กับเจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์ไทย ที่จะไปประจำที่สำนักงานใหญ่อาเซียนของไทย ณ จาการ์ตา

นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า ยังหารือเรื่องส่งออกลำไยของไทยไปยังอินโดนีเซีย 3-4 ปีนี้ ติดขัดปัญหาการออกมาตรการของอินโดนีเซียที่จะต้องมี ได้แก่ จีเอพี ( Good Agricultural Practice ; GAP ) ที่สวนที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานจีเอสพี มาตรฐานด้านสุขอนามัยและอื่นๆที่เกี่ยวข้อง รวมถึงต้องผ่านความเห็นชอบ 2 กระทรวงของอินโดนีเซีย คือกระทรวงเกษตรและกระทรวงการค้า

อีกเรื่องคือการส่งออกแอร์คอนดิชั่นเนอร์จากไทย ที่อินโดนิเซียออกมาตรการพิเศษ 2 ข้อ คือต้องมียื่นขออนุญาตนำเข้าอินโดนิเซียก่อน และต้องให้อินโดนิเซียตรวจโรงงานในประเทศไทยก่อนส่งออกได้ เป็นประเด็นที่ตนกังวลว่าอาจขัดกับหลักขององค์การการค้าโลก(WTO) และหลักการอาเซียนเรื่องการสร้างอุปสรรคการค้า ซึ่งประเด็นต่างๆ จะหาข้อสรุปในการแก้ปัญหาร่วมกันในการประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้า (Joint Trade Commitee:JTC )ระหว่างไทยกับอินโดนีเซีย ที่มีข้อตกลงกันมาตั้งแต่ปี 2554 แต่ยังไม่เคยจัดประชุม โดยไทยเสนอเป็นเจ้าภาพจัดประชุม JTC ครั้งแรก เดือนธันวาคมนี้ โดยจะทำหนังสือถึงรัฐมนตรีการค้าอินโดนิเซีย ต่อไป

นายจุรินทร์ กล่าวว่า ส่วนอินโดนิเซียได้ยก 3-4 ประเด็นเข้าหารือ คือ 1. อินโดนิเซียประสงค์ส่งออกกุ้งสดมาไทย เพื่อใช้ในการผลิตและส่งออก ขณะนี้มีอุปสรรคบางประการ ตนรับนำไปหารือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะส่งเสริมตัวเลขส่งออกไทยด้วย 2. อินโดนิเซียแจ้งว่าได้ออกกฏหมายฉบับใหม่ส่งเสริมการลงทุน โดยจัดทำเขตเศรษฐกิจพิเศษ เชิญชวนนักลงทุนไทยไปลงทุน รวมทั้ง อินโดนิเซีย สนใจให้นักธุรกิจไทยไปลงทุนด้านการท่องเที่ยวและทำกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวร่วมกัน ซึ่งเป็นนโยบายของไทยอยู่แล้ว ในจะส่งเสริมการท่องเที่ยว เมื่อนักท่องเที่ยวมาที่ประเทศหนึ่งก็สามารถเดินทางต่อไปยังอีกประเทศหนึ่งได้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘กระบี่’ ขานรับมติครม. ทัวร์เที่ยวไทย-เที่ยวด้วยกัน เฟส 3 ดัน “กิน ช้อป เที่ยว ทริปเดียวทั่วกระบี่” กระตุ้นศก.ท้องถิ่น
บทความถัดไปสภาอุตฯ ชู 3 กลยุทธ์ มุ่งอุตสาหกรรมไทยสู่ยุคดิจิทัล ดันสินค้า ‘เมด อิน ไทยแลนด์’ รองรับเปิดประเทศ