‘จุรินทร์’ กล่อมยูเรเซีย ยกระดับความร่วมมือ 4 ด้าน รับเศรษฐกิจแบบใหม่ในอนาคต

‘จุรินทร์’ กล่อมยูเรเซีย ยกระดับความร่วมมือ 4 ด้าน รับเศรษฐกิจแบบใหม่ในอนาคต

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังการประชุมคณะทํางานร่วมระหว่างไทยกับคณะกรรมาธิการ เศรษฐกิจยูเรเซีย (Eurasian Economic Commission : EEC) ครั้งที่ 2 โดยมีนายเซอร์เกย์ กลาซิเยฟ รัฐมนตรีด้านการบูรณาการและเศรษฐกิจมหภาคของ คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจยูเรเซีย เข้าร่วมประชุม ผ่านระบบ Video Conference ณ ที่ กระทรวงพาณิชย์

โดยระบุว่า ผลการประชุมร่วมระหว่างไทยกับรัฐมนตรีด้านการค้าของสหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย ซึ่งยูเรเซียประกอบด้วยห้าประเทศ รัสเชีย คาซัคสถาน คีร์กีซสถาน เบลารุส และ อาร์เมเนีย มีประชากรรวมกัน 180 ล้านคน ซึ่งข้อมูลด้านการค้าช่วง 8 เดือนแรก 2564 ตั้งแต่ ขยายตัว 29.45% มูลค่ารวม 2,140.7 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 66,000 ล้านบาท มูลค่าการค้าสูงสุด คือ รัสเซีย 8 เดือนแรกมีมูลค่าการค้าร่วมกับไทย 1,982 ล้านเหรียญสหรัฐ

สินค้าที่ไทยส่งออกไปยังสหภาพยูเรเซีย สำคัญ เช่น ยางพารา บวก 101.05% รถยนต์อุปกรณ์และส่วนประกอบ บวก 50.69% เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ บวก 31.08% เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ บวก 49.82% เม็ดพลาสติก บวก 90.63% อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป บวก 33.53% สิ่งปรุงรสอาหาร บวก 82.91% เป็นต้น การนำเข้าสินค้าสำคัญจากสหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย เช่น น้ำมัน นำเข้าเพิ่มขึ้น บวก 10.54% ปุ๋ย นำเข้าเพิ่มขึ้น 23.43% เหล็ก บวก 38.08% สินแร่โลหะอื่นๆ บวก 98.64% เป็นต้น

“ถือว่าเป็นการวันนี้ถือว่าเป็นการประชุมร่วมกัน ของคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจยูเรเซียซึ่งประกอบด้วยไทยและยูเรเซีย เป็นครั้งที่ 2 ครั้งแรกประชุมเมื่อปี 2562 ครั้งต่อไปยูเรเซียจะเป็นเจ้าภาพที่มอสโก”

นายจุรินทร์ กล่าวว่า ประเด็นฝ่ายไทยยกขึ้นหารือคือความร่วมมือ 4 ด้าน คือ 1.การกระชับความร่วมมือในเรื่องของเศรษฐกิจดิจิทัลหรืออีคอมเมิร์ซ 2. ประเทศไทยให้ความสำคัญกับการพัฒนาอุตสาหกรรมการเกษตรโดยมุ่งเน้นนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย รวมทั้งนวัตกรรม 3. ประเทศไทยให้ความสนใจในเรื่องความร่วมมือด้านยางพาราและผลิตภัณฑ์ยาง เพราะถือว่าสภาพยูเรเซียเป็นตลาดใหญ่ และมีอัตราการเจริญเติบโตในช่วงที่ผ่านมาสูงมาก 4. ประเทศไทยให้ความสนใจขยายความร่วมมือในรูปแบบที่เป็นรูปธรรมยิ่งขึ้นคือ ขยายไปเป็นการทำ FTA กับสภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย ซึ่งการประชุมร่วมกันครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้น โดยมอบหมายให้คณะทำงานชุดชุดนี้เป็นผู้นับหนึ่งในการเดินหน้าต่อไป

นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า ส่วนรัฐมนตรีเศรษฐกิจของสหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย เน้นย้ำว่า 1. ยูเรเซียให้ความสนใจกับประเทศไทยเป็นอย่างยิ่งเพราะถือว่าไทยเป็นประเทศที่มีบทบาทสำคัญในกลุ่มประเทศอาเซียนและประสงค์จะใช้ไทยเป็นประตูไปสู่อาเซียนต่อไปในการสร้างความร่วมมือหรือยกระดับความร่วมมือจากยูเรเซียไปเป็นยูเรเซียกับอาซียน 2. รัฐมนตรียูเรเซียให้ความเห็นว่ามูลค่าการค้าระหว่างไทยกับยูเรเซียมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก เพราะดูจากพัฒนาการของตัวเลขที่เพิ่มขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมชัดเจนในช่วงที่ผ่านมา 3. ยูเรเซียมุ่งเน้นให้ความสำคัญกับ 3 สาขาหลัก คือ ด้านไอที ด้านวิจัยพัฒนา( R&D) และ ด้านอีคอมเมิร์ซ ซึ่งตรงกับประเทศไทย รวมถึงยูเรเซีย อยากเห็นนักธุรกิจจากประเทศไทยเข้าร่วมกิจกรรมทางธุรกิจกับยูเรเซียมากขึ้น ซึ่งตนสนับสนุนเพราะเราจะได้ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการประสานภาคเอกชนที่จะสร้างความสัมพันธุ์ทางธุรกิจการค้าในเวทีสำคัญที่ยูเรเซียจัดขึ้นเพื่อหาลู่ทางใหม่ในการลงทุนร่วมกันหรือการขยายตลาดส่งออกต่อไปในอนาคต

“นโยบายสำคัญของกระทรวงพาณิชย์ คือเรามุ่งที่จะเจาะตลาดใหม่เพื่อจะขยายตัวเลขการค้าและตัวเลขการส่งออก ทำรายได้เข้าประเทศให้มากขึ้นต่อไปและหนึ่งในตลาดใหม่นั้นคือตลาดยูเรเซีย จึงให้ความสนใจกับการประชุมกับยูเรเซียเป็นพิเศษหวังว่าเราจะทำตัวเลขได้มากขึ้นต่อไปในอนาคต” นายจุรินทร์ กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ตร.ลอบยิงเลเซอร์จากสะพานลอย หลังทะลุฟ้ารื้อแผงเหล็ก ยิงพลุโต้ ‘จีโน่’ ยืนท้าแรงดันน้ำ
บทความถัดไปไทยพาณิชย์ เปิดตัว ‘SCB มีตังค์’ ช่วย พนง.ออฟฟิศ เบิกเงินเดือนล่วงหน้า ลดกู้นอกระบบ