ทล.ขยาย 6 เลน ทางหลวงหมายเลข 36 “กระทิงลาย-ระยอง” แล้วเสร็จ หนุนเพิ่มขีดความสามารถขนส่งภาคตะวันออก

กรมทางหลวง ขยาย 6 ช่องจราจร ทางหลวงหมายเลข 36 สาย กระทิงลาย – ระยอง แล้วเสร็จตลอดสาย
เพิ่มขีดความสามารถรองรับปริมาณการจราจรและการขนส่งภาคตะวันออก

นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยว่า กรมทางหลวงดำเนินการก่อสร้างขยายทางหลวงหมายเลข 36 สายกระทิงลาย – ระยอง เป็น 6 ช่องจราจร (ไป-กลับ) แล้วเสร็จตลอดสาย น้อมรับนโยบายของ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจฝั่งตะวันออกหรือโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก(EEC) เพื่อเตรียมความพร้อมในเรื่องโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมรองรับนักลงทุน และส่งเสริมให้ภูมิภาคตะวันออกเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของอาเซียน

สำหรับทางหลวงหมายเลข 36 กระทิงลาย – ระยอง เริ่มต้นจากจุดตัดถนนสุขุมวิท บนทางหลวงหมายเลข 3 บริเวณแยกกระทิงลาย ตำบลบางละมุง อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี สิ้นสุดที่บริเวณจุดตัดถนนสุขุมวิท บนทางหลวงหมายเลข 3 บริเวณแยก IRPC ตำบลบลเชิงเนิน อำเภอเมือง จังหวัดระยอง ระยะทางประมาณ 58 กิโลเมตร ปัจจุบันประชาชนนิยมใช้เป็นเส้นทางสัญจรในพื้นที่เชื่อมโยงการคมนาคมและขนส่งระหว่างภาคกลางและภาคตะวันออก และเป็นโครงข่ายการขนส่งสินค้าทางเรือจากท่าเรือแหลมฉบังสู่นิคมอุตสาหกรรมตะวันออกในพื้นที่ จังหวัดชลบุรีและจังหวัดระยอง

กรมทางหลวงเล็งเห็นความสำคัญดังกล่าว จึงมอบหมายสำนักก่อสร้างทางที่ 1 ดำเนินการก่อสร้างขยายช่วงสุดท้าย คือ ระหว่าง กม.33+000 – กม. 57+021 รวมระยะทาง 24 กิโลเมตร จากเดิมเป็นมาตรฐานชั้นทางพิเศษ 4 ช่องจราจร(ไป-กลับ) เพิ่มเป็นมาตรฐานชั้นทางพิเศษ 6 ช่องจราจร(ไป-กลับ) ผิวจราจรแบบคอนกรีตเสริมเหล็ก กว้างช่องละ 3.50 เมตร ไหล่ทางด้านนอกกว้าง 2.50 เมตร ไหล่ทางด้านในกว้าง 1.50 เมตร และปรับปรุงเกาะกลาง งบประมาณ 2,143,500,129 บาท

นอกจากนี้ กรมทางหลวงยังมีโครงการก่อสร้างทางต่างระดับปรับปรุงจุดตัดทางหลวงหมายเลข 36 กับทางหลวงหมายเลข 331 บริเวณแยกเขาไม้แก้ว งบประมาณ 591,000,000 บาท เพื่อรองรับการสัญจรของผู้ใช้ทางในบริเวณทางแยกดังกล่าว ซึ่งคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จภายในปี 2566

โครงการก่อสร้างแล้วเสร็จตลอดสาย สามารถรองรับปริมาณการจราจรที่สูงขึ้น ประชาชนสามารถใช้เส้นทางขนส่งสินค้าและการเดินทางสู่จังหวัดระยอง ได้สะดวก รวดเร็ว จากการพัฒนาโครงข่ายการคมนาคมขนส่งเชื่อมกับพื้นที่โดยรอบสนับสนุนการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ที่รัฐบาลได้ให้ความสำคัญ รวมถึงขยายการรองรับการเติบโตของการขนส่งทุกรูปแบบ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้สปสช.เผยกว่าครึ่งยังไม่ใช้ ATK ย้ำ! กลุ่มเสี่ยงรับแล้ว รีบตรวจโควิด-บันทึกผลทันที
บทความถัดไปMEA ย้ำเตือนพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมสูง ควรป้องกัน ย้ายอุปกรณ์ไฟฟ้าเพื่อความปลอดภัย