ผู้บริหาร ส.อ.ท.78% หนุนเปิดประเทศไม่เกิน พ.ย. จี้รัฐพักหนี้หยุดดอก 6 เดือนประคองสภาพคล่องธุรกิจ

ผู้บริหาร ส.อ.ท.78% หนุนเปิดประเทศไม่เกิน พ.ย. จี้รัฐพักหนี้หยุดดอก 6 เดือนประคองสภาพคล่องธุรกิจ

เมื่อวันที่ 30 กันยายน นายวิรัตน์ เอื้อนฤมิต รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลการสำรวจ FTI Poll เดือนกันยายน 2564 หัวข้อ “ภาคอุตสาหกรรมพร้อมเปิดประเทศแล้วหรือยัง” จากการสำรวจผู้บริหาร ส.อ.ท. 150 ท่าน ครอบคลุม 45 กลุ่มอุตสาหกรรม และ 76 สภาอุตสาหกรรมจังหวัด พบว่า ส่วนใหญ่ 78.0% เห็นด้วยกับแผนการเปิดประเทศและการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ ช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนนี้ โดยให้พิจารณาบนปัจจัย อัตราการฉีดวัคซีน 2 เข็ม ให้แก่ประชาชน ไม่ต่ำกว่า 70% มาตรการคัดกรอง ตรวจติดตามผู้เดินทางเข้าประเทศ ผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ และความเป็นอยู่ของประชาชน และความพร้อมด้านระบบสาธารณสุขในการรองรับผู้ติดเชื้อในแต่ละพื้นที่ โดย 73.3% ขอให้ภาครัฐดำเนินนโยบายที่มีการผ่อนคลายกิจกรรมทางธุรกิจมากขึ้นและบังคับใช้มาตรการควบคุมโรคเท่าที่จำเป็น เพื่อให้เศรษฐกิจเดินต่อไปได้ แต่ยังต้องเข้มงวดในการบังคับใช้มาตรการควบคุมโรคทุกช่องทาง

นายวิรัตน์กล่าวต่อว่า พร้อมกับเร่งเปิดประเทศโดยให้ความสำคัญด้านการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ซึ่งเสนอแนวทางการเปิดประเทศที่มีความเหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบัน โดยมากสุดเสนอให้เปิดให้อยู่ในพื้นที่ Sandbox 14 วัน หากไม่พบเชื้อหลัง 14 วัน สามารถเดินทางได้ทั่วประเทศ รองลงมาคือเสนอให้เปิดให้เดินทางได้ทั่วประเทศ ในรูปแบบการจับคู่ระหว่างประเทศ (Travel Bubble) โดยไม่ต้องกักตัว ตามด้วยเสนอเปิดเฉพาะพื้นที่ Sandbox เท่านั้น ห้ามออกนอกพื้นที่ และเสนอเปิดให้เดินทางได้ทั่วประเทศ แต่ต้องผ่านการกักตัวในสถานที่กักตัว 14 วัน ซึ่งผู้บริหาร 70% ยังเสนออีกว่า การเตรียมความพร้อมเปิดประเทศ รัฐควรให้ความสำคัญ อันดับแรกเรื่องการเร่งฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชนในพื้นที่ Sandbox ตามด้วยการสร้างความรู้ความเข้าใจกับประชาชน ตามด้วยมีระบบสารสนเทศและเทคโนโลยีในการติดตามและเฝ้าระวังผู้เดินทางเข้าประเทศ และมีความพร้อมในการตรวจเชื้อแบบ RT-PCR และการจัดหาชุดตรวจ Antigen Test Kit

นายวิรัตน์กล่าวต่อว่า ผู้บริหาร 76% เสนอว่าหลังเปิดประเทศ รัฐควรมีการส่งเสริมและช่วยเหลือผู้ประกอบการพักชำระหนี้และหยุดคิดดอกเบี้ยสำหรับธุรกิจท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง เป็นเวลา 6 เดือน เพื่อเสริมสภาพคล่องให้แก่ภาคเอกชน รวมทั้งการขยายระยะเวลาเคอร์ฟิว เพื่อให้ธุรกิจร้านอาหาร และธุรกิจบันเทิง เปิดให้บริการได้ อีกทั้งออกมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยว และสนับสนุนการจัดงาน Exhibition และการประชุมในประเทศ และออกมาตรการลดค่าน้ำ ค่าไฟ อุดหนุนค่าเช่า ให้แก่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง ในส่วนของภาคอุตสาหกรรมจะเตรียมความพร้อมในการเปิดประเทศอย่างไร ผู้บริหาร 73.3% แนะภาคเอกชนเร่งปรับบิสซิเนสโมเดล (Business Model) ให้เข้ากับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงหลังโควิด-19 ไปพร้อมกับการนำเทคโนโลยีและดิจิทัลมาปรับใช้ในการดำเนินธุรกิจ พัฒนาสินค้าและบริการที่ให้ความสำคัญด้านสุขอนามัย และการรับรองมาตรฐานด้านสุขอนามัย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภค และปฏิบัติตามมาตรการ Bubble and Seal ในโรงงานอุตสาหกรรมเพื่อลดความเสี่ยง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เคทีซี ผนึก ธ.ก.ส. เพิ่มช่องทางชำระเงินด้วย ‘คิวอาร์โค้ด’ ผ่านกระเป๋าอิเล็กทรอนิกส์
บทความถัดไปมาแล้วหนาออเจ้า ดูภาพฟิตติ้งละคร ‘พรหมลิขิต’ ที่แฟนๆ ตั้งตารอ